
James McSweeney บาทหลวงผู้ใช้เวลาว่าง เปลี่ยนเงิน 7,000,000 บาท ให้กลายเป็น 60,000,000 บาท
9 ม.ค. 2026
อาชีพนักบวช ดูเหมือนจะเป็นอาชีพที่ดูห่างไกลกับการลงทุน
แต่รู้ไหมว่าบาทหลวงที่เราเห็นอยู่ตามโบสถ์บางนิกาย สามารถลงทุนในตลาดหุ้นได้ และได้รับเงินเดือนเหมือนอาชีพอื่น ๆ ด้วย
ซึ่งเรื่องราวที่เราจะนำมาเล่าต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของบาทหลวงนิกายโรมันคาทอลิก ในสังกัดสังฆมณฑลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโบสถ์ ชื่อว่าคุณ James McSweeney
บาทหลวงที่สามารถเปลี่ยนเงินมรดกจาก 7,000,000 บาท ให้กลายเป็น 60,000,000 บาทได้ ผ่านการลงทุนในตลาดหุ้น
แล้วถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวของคุณ James McSweeney เป็นอย่างไร ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
คุณ James McSweeney เกิดในครอบครัวชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ในช่วงประมาณปี 1924 ในเมืองเลกวูด รัฐโอไฮโอ ของสหรัฐอเมริกา
เขามักจะได้รับการปลูกฝังจากพ่อแม่ของเขาให้รู้จักวางแผนการใช้จ่ายตั้งแต่เด็ก
แม่ของเขามักจะสอนเขาอยู่เสมอว่า อย่าซื้อของที่มีราคาสูงเกินกว่าที่ตัวเราจะจ่ายไหว แต่ถ้าจำเป็นต้องซื้อของชิ้นนั้นจริง ๆ ก็ให้พยายามเก็บเงินให้มากพอที่จะซื้อของชิ้นนั้น
เมื่อได้รับคำสอนแบบนั้นตั้งแต่เล็ก ๆ ก็ทำให้คุณ James ในวัยเด็กมีนิสัยชอบเก็บเงิน และขยันหางานพิเศษทำตั้งแต่เด็ก เพื่อสะสมเงินมาช่วยพ่อแม่จ่ายค่าเทอม
เมื่อโตขึ้นคุณ James ก็หันมาประกอบอาชีพเป็นบาทหลวงในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นนิกายที่ครอบครัวเขานับถือ
กิจวัตรประจำวันของบาทหลวงอย่างคุณ James ก็จะเริ่มจากการนำสวด และรับฟังการสารภาพบาป ในช่วงเวลาเช้าตรู่ ไปจนถึงตอนเย็น และมีเวลาพักผ่อนในตอนกลางคืน
โดยบาทหลวงอย่างคุณ James ได้รับเงินเดือนเริ่มต้นประมาณ 25 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนเท่านั้น หรือคิดเป็นเงินปัจจุบันหลังปรับเงินเฟ้อแล้วอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทต่อเดือน
เมื่อคุณ James ทำงานเป็นบาทหลวงได้ประมาณ 2 ปี เขาก็เริ่มคิดถึงอนาคตตัวเอง
เพราะเขาสังเกตว่า อาชีพบาทหลวงไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินชดเชยอื่น ๆ เมื่อเกษียณจากการทำงาน
ทำให้หากบาทหลวงแก่ตัวลงไป จนถึงวัยเกษียณ ก็มักจะต้องพึ่งพาเงินจากครอบครัว
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณ James สนใจนำเงินมาลงทุนในตลาดหุ้น เพื่อทำให้เงินงอกเงย เป็นอีกแหล่งรายได้ในช่วงบั้นปลายชีวิตของเขา
ในช่วงแรก เขาใช้เงินเก็บส่วนตัวประมาณ 40,000 บาท เมื่อคิดเป็นมูลค่าเงินในปัจจุบัน มาลงทุนในตลาดหุ้น โดยกระจายความเสี่ยง ผ่านการซื้อหุ้นทั้งหมด 10 บริษัท
ผ่านไปไม่กี่ปี ป้าของเขาก็ให้เงินมรดกมาอีก 7,000,000 บาท เขาใช้เงินก้อนนี้ทั้งหมด ลงทุนในบริษัทต่าง ๆ มากถึง 30 บริษัท
โดยคุณ James ได้ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานในตอนกลางคืน ศึกษาเรื่องการลงทุนอย่างละเอียดในทุก ๆ คืน
เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้และประสบการณ์ที่เขาสั่งสมมาก็ทบต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
ประกอบกับหลักคิดในการลงทุนอันเรียบง่ายของเขา ที่จะลงทุนเฉพาะหุ้นของบริษัทที่เขาเคยซื้อสินค้า และบริการ แล้วรู้สึกชอบ
ทำให้เขาสามารถประหยัดเวลาในการศึกษาหาข้อมูลของบริษัทที่เขาสนใจจะลงทุนได้เป็นอย่างดี
ซึ่งอุตสาหกรรมที่เขาชอบลงทุนก็จะประกอบไปด้วย ธุรกิจสาธารณูปโภคพื้นฐาน อย่างบริษัทผลิตน้ำประปา ผลิตไฟฟ้า ธุรกิจกำจัดขยะ ธุรกิจทางด่วน รางรถไฟ
นอกจากนี้ก็ยังมีธุรกิจยารักษาโรค และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อสื่อสาร
จะเห็นได้ว่าธุรกิจทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นธุรกิจที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของทุกคนทั้งสิ้น
ธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ดีมาก หลายบริษัทมีการจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นออกมา คุณ James ก็มักจะนำปันผลที่ได้กลับไปลงทุนใหม่แทบทุกครั้ง
สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมในตัวคุณ James นอกจากวินัยในการลงทุนแล้ว คุณ James ยังจดบันทึกทุก ๆ ธุรกรรมที่เขาซื้อหรือขายหุ้น
เพื่อติดตามผลการลงทุนอย่างละเอียดอีกด้วย โดยเขาจะจดบันทึกแบบเรียงตามตัวอักษรของชื่อบริษัทอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เขาลงทุนแบบนี้เรื่อยมา จนเวลาผ่านไป 20 ปี เขาก็มีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างสุขสบายแล้ว
พอมาถึงตรงนี้ เขาก็ไม่ได้ลงทุนเพื่อตัวเองอีกต่อไป แต่เริ่มลงทุนเพื่อคนอื่น ๆ มากขึ้น
เขามีความคิดว่า หลังจากเขาตาย เขาจะบริจาคทรัพย์สินที่เหลืออยู่ทั้งหมดเข้ากองทุนส่วนตัวที่ชื่อว่า The James E. McSweeney Endowment Fund
เขาอยากก่อตั้งกองทุนเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้นักบวชที่อยากจะศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นไป
ไม่เพียงแต่เป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งกองทุนเท่านั้น แต่คุณ James ยังคิดวางรากฐานให้กองทุนของเขา ทำหน้าที่เป็นแหล่งเงินทุนการศึกษาในระยะยาวอย่างไม่มีวันเงินหมดอีกด้วย
โดยการกำหนดกฎว่า เมื่อพอร์ตการลงทุนมีเงินไม่ถึง 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กองทุนบริจาคทุนการศึกษาแค่ 15% ของผลกำไรทั้งหมดที่ได้จากเงินปันผล และส่วนต่างจากการซื้อขายหุ้น
วิธีนี้จะทำให้กองทุนนำกำไรส่วนใหญ่ไปลงทุนต่อ ให้พอร์ตการลงทุนใหญ่ขึ้น
และเมื่อพอร์ตการลงทุนมีมูลค่าเกิน 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐแล้ว ถึงจะสามารถบริจาคเงินเป็นทุนการศึกษาได้ 85% ของผลกำไรจากการลงทุนทั้งหมดได้
โดยในปี 1998 ซึ่งเป็นปีที่คุณ James เสียชีวิต มีการคาดการณ์กันว่ากองทุน The James E. McSweeney Endowment Fund มีสินทรัพย์ทั้งหมดเกือบ 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือปรับเงินเฟ้อเป็นปัจจุบันก็เกือบ 60,000,000 บาท
เรื่องราวของคุณ James เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า บางครั้งการลงทุนที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
แต่มีวินัยในการลงทุน นำผลตอบแทนที่ได้กลับไปลงทุนซ้ำ ทบต้น ทบดอกไปเรื่อย ๆ ก็ทำให้เราประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้เหมือนกัน
เหมือนกับที่คุณ James เปลี่ยนเวลาว่างยามดึก มาศึกษาเรื่องการลงทุน ทำแบบนี้มาต่อเนื่อง ก็สามารถเปลี่ยนเงินก้อนเล็ก ให้กลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้
จนมีอิสรภาพทางการเงิน แถมยังช่วยเหลือสังคมได้ ในช่วงบั้นปลายของชีวิต..
#ลงทุน
#หลักการลงทุน
#คนปั้นพอร์ต
References