
Luis von Ahn มหาเศรษฐี 34,000 ล้าน ผู้สร้างแอปนกฮูกเขียว เพื่อช่วยให้คนทั้งโลก ได้เรียนภาษาแบบฟรี ๆ
16 ก.พ. 2026
Luis von Ahn มหาเศรษฐี 34,000 ล้าน ผู้สร้างแอปนกฮูกเขียว เพื่อช่วยให้คนทั้งโลก ได้เรียนภาษาแบบฟรี ๆ | MONEY LAB
รู้หรือไม่ว่า การที่เราได้กดปุ่ม “I’m not a robot” หรือต้องมาคอยนั่งเลือก รูปทางม้าลาย หรือไฟจราจร เพื่อยืนยันตัวตน เวลาใช้งานอินเทอร์เน็ต
ถูกคิดค้นโดยคุณ Luis von Ahn ผู้มาจากประเทศกำลังพัฒนาอย่าง กัวเตมาลา แต่กลายเป็นเศรษฐีตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยการขายธุรกิจนี้ที่ตัวเองคิดขึ้นมาให้กับ Google
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เลิกทำงานแล้วไปใช้เงินที่หามาได้ แต่กลับสร้างอีกธุรกิจขึ้นมาใหม่ เป็นแอปพลิเคชันเรียนภาษา ที่มีโลโกเป็นนกฮูกสีเขียวสุดกวน ที่ชื่อ “Duolingo”
หากสงสัยว่า เรื่องราวของคุณ Luis von Ahn มีอะไรน่าถอดบทเรียนบ้าง และทำไมแอปอย่าง Duolingo ถึงถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ได้ ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
คุณ Luis von Ahn เกิดเมื่อปี 1978 ที่ประเทศกัวเตมาลา ในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี
โดยวัยเด็ก เขาเติบโตมาพร้อมกับการสังเกตเห็นความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ในประเทศบ้านเกิด
นั่นคือมีแค่ครอบครัวคนรวยเท่านั้น ที่มีเงินส่งลูกเรียนภาษาอังกฤษ และหากสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการหางานดี ๆ รายได้สูง ๆ มากขึ้น
ในขณะที่คนจน เมื่อไม่มีเงินเรียนภาษา ทำให้โอกาสยกระดับความเป็นอยู่ของชีวิตมีอยู่จำกัด จนต้องกล้ำกลืนฝืนทน ติดอยู่ในวงจรความยากจนต่อไป
ภาพจำเหล่านี้เอง ที่ได้ฝังลึกอยู่ภายในใจของเขามาตลอด รอวันที่เขาจะได้ค้นพบคำตอบ พร้อมกับมีเครื่องมือ จะกลับมาแก้ไขปัญหานี้ได้
แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้น คุณ Luis เอง ก็นับได้ว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง เพราะเขาเรียนเก่งมาก จนได้รับทุนไปเรียนต่อจนถึงปริญญาเอก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเลย
ที่นั่นเอง เขาได้เติบโตทางด้านสายวิชาการ กลายมาเป็นศาสตราจารย์หนุ่ม ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Carnegie Mellon University
และที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เขาได้ร่วมทีมวิจัย คิดค้นสิ่งที่เรียกว่า “CAPTCHA” ที่พวกเราคนเล่นอินเทอร์เน็ตสมัยก่อน คงพอจะคุ้นเคยกันมาบ้าง
CAPTCHA คือระบบยืนยันตัวตน เพื่อพิสูจน์ว่าเราเป็นมนุษย์ ไม่ใช่โปรแกรมอัตโนมัติ ที่จะเข้ามาโจมตีเว็บไซต์
โดยจะปรากฏภาพตัวอักษรยึกยือโผล่ขึ้นมา ให้เราต้องพิมพ์ตาม
CAPTCHA ถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ในยุคนั้น ที่ประสบความสำเร็จมหาศาล จนถูกใช้งานไปทั่วโลก
แต่สำหรับคุณ Luis แล้ว เขาก็ยังไม่ได้พอใจกับผลลัพธ์ของมันมากเท่าไรนัก เพราะเขารู้สึกว่า มนุษย์คนหนึ่ง จะต้องเสียเวลาประมาณ 10 วินาที เพื่อใช้ในการพิมพ์ยืนยันตัวตนผ่าน CAPTCHA
เมื่อนำเวลา 10 วินาทีนี้ ไปคูณกับผู้คนจำนวนหลายล้านคนต่อวันแล้ว มันคือเวลาหลายแสนชั่วโมงต่อวัน ที่ต้องสูญเปล่าไปเฉย ๆ เลย
ตรงนี้เอง เขาจึงเกิดไอเดียใหม่ว่า “จะดีกว่าไหม ถ้าเราเอาเวลา 10 วินาทีนั้น มาช่วยทำประโยชน์ให้กับโลกนี้บ้าง ?”
นั่นจึงเป็นที่มาของโปรเจกต์ต่อมา ชื่อ “reCAPTCHA”
แนวคิดนี้ดูเรียบง่าย แต่กลับทรงพลังเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเปลี่ยน “ตัวอักษรมั่ว ๆ” ที่คอมพิวเตอร์สุ่มขึ้นมา ให้กลายมาเป็นวิธีบันทึกความรู้ผ่าน “คำจากหนังสือเก่า” แทน
ต้องเล่าก่อนว่า ในสมัยก่อนบริษัทยักษ์ใหญ่และหอสมุดต่าง ๆ ทั่วโลก กำลังพยายามแปลงหนังสือเก่า รวมถึงหนังสือพิมพ์อายุนับร้อยปี ให้กลายเป็นไฟล์ดิจิทัล เพื่อเก็บรักษาความรู้ของมนุษยชาติเอาไว้
แต่ปัญหาก็คือ คอมพิวเตอร์ยุคนั้น แม้จะฉลาด แต่ก็ยังอ่านลายมือหวัด ๆ หรือตัวหนังสือที่เป็นหมึกจาง ๆ บนกระดาษเก่า ๆ ไม่ออก
เช่น คอมพิวเตอร์ มักจะสับสนระหว่าง “ตัว l (แอล)” และ “เลข 1” อยู่เสมอ
คุณ Luis จึงมีไอเดียว่า ในเมื่อคอมพิวเตอร์ยังอ่านไม่ออก แต่สายตาของมนุษย์อย่างพวกเรา สามารถแยกความแตกต่างได้สบายมาก
เขาจึงได้เอารูปภาพคำศัพท์จากหนังสือเก่าเหล่านั้น ส่งมาให้พวกเราช่วยพิมพ์กัน ในช่องของ reCAPTCHA นั่นเอง
โดยระบบจะส่งคำมาให้เราพิมพ์ 2 คำ
- คำหนึ่ง คือคำที่ระบบรู้อยู่แล้ว เพื่อใช้ทดสอบว่าเราเป็นมนุษย์จริง ๆ
- ส่วนอีกคำ คือคำจากหนังสือเก่า ที่ระบบต้องการให้เราช่วยแกะคำให้
เมื่อเราพิมพ์ถูกทั้ง 2 คำแล้ว ระบบก็จะอนุญาตให้เราผ่านด่าน ใช้งานเว็บไซต์ต่อไปได้ พร้อมกันกับ บันทึกคำศัพท์นั้น กลับเข้าไปในฐานข้อมูลหนังสือดิจิทัลทันที
หรือก็คือ ทุกครั้งที่เรากด Enter เพื่อล็อกอินเข้าเว็บไซต์ เราก็กำลังทำงานเป็นอาสาสมัคร ช่วยโลกแปลงหนังสือเก่า ให้กลายเป็นหนังสือดิจิทัล โดยที่เราไม่รู้ตัว
ไอเดียสุดแหวกแนวนี้ ได้เข้าตาของ Google จนต้องทุ่มเงินเพื่อขอซื้อกิจการ reCAPTCHA ไปในปี 2009 เพื่อนำเทคโนโลยีนี้ ไปต่อยอดในการสร้างฐานข้อมูล และพัฒนา AI ของบริษัท
เหตุการณ์ครั้งนี้ เปลี่ยนให้คุณ Luis ในวัยเพียง 29 ปี กลายมาเป็นเศรษฐี และมีเงินใช้ไปทั้งชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องปากท้องอีกต่อไป
แต่ถึงแม้เขาจะถือว่าร่ำรวยมากแล้ว ไฟภายในใจของเขา ที่อยากแก้ปัญหาเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” ก็ยังคงคุกรุ่นอยู่
เขาตัดสินใจที่จะยังไม่เกษียณตัวเอง และเลือกทำตามความฝัน ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับเรียนภาษาฟรี เพื่อทุกคน
Duolingo จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ในปี 2011..
โจทย์สำคัญของแอปนี้คือ ต้องการให้ทุกคนสามารถเข้ามาเรียนได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
ในช่วงแรก ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโมเดลรายได้แบบในปัจจุบัน Duolingo เคยใช้โมเดลแบบ “Crowdsourcing”
คือการให้ผู้เรียน ช่วยกันมาแปลบทความจากสำนักข่าวอย่าง CNN เป็นแบบฝึกหัด
โดยที่ Duolingo จะเก็บเงินค่าแปลจากองค์กรเหล่านั้น มาเป็นรายได้เข้าบริษัท ส่วนคนเรียนก็ได้ความรู้ ผ่านการฝึกฝน
โมเดลนี้เรียกได้ว่า เปรียบเสมือนการยิงปืนนัดเดียว ได้นกถึงสองตัว
อย่างไรก็ตาม ภายหลังโมเดลธุรกิจของบริษัท ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย กลายเป็น Freemium แบบในปัจจุบัน
กล่าวคือ ตัวแอป Duolingo จะยังคงเปิดให้ทุกคนได้เรียนเนื้อหาแบบฟรี ๆ ซึ่งต้องแลกมากับการดูโฆษณาคั่นกลาง ระหว่างบทเรียน
และหลอดพลังงานที่มีอยู่อย่างจำกัด ที่เปรียบเสมือนเป็นพลังชีวิตในเกม เมื่อเราใช้หมด เราก็ต้องหยุดพัก เพื่อรอให้พลังงานฟื้นขึ้นมา จึงจะกลับไปเรียนต่อได้
แต่สำหรับคนที่รู้สึกรำคาญโฆษณา และอยากเรียนแบบไม่อั้นเลย ก็สามารถเลือกเป็นแพ็กเกจแบบสมัครสมาชิกได้
โดยเสน่ห์ของแอป Duolingo ที่สร้างความแตกต่างจากวิธีการเรียนภาษาแบบเดิม ๆ ก็คือ
การนำระบบ Gamification หรือการเปลี่ยนการเรียน ให้กลายมาเป็นเกมที่เล่นสนุก ที่ทุกคนจะต้องกลับมาเล่นในทุกวัน
เพราะมีระบบเช็กชื่อ อย่างการนับ Streak หรือตัวดวงไฟ ที่จะเพิ่มขึ้นทุกวัน หากเรามาเข้าเรียน แต่จะลดลง ถ้าวันใดเราเกิดขาดเรียนไป
และรวมไปถึง มุกตลกแบบจิกกัดของนกฮูกสีเขียวชื่อ Duo ที่จะคอยส่งข้อความ ตามให้เราต้องกลับมาเรียนอยู่ตลอด
สิ่งเหล่านี้เอง ทำให้ Duolingo กลายมาเป็นแอปด้านการศึกษายอดฮิต ที่มีคนเข้ามาเรียนสูงถึง 50 ล้านคนต่อวัน ในทุกวันเลย
โดยทุกวันนี้เขาก็มีความมั่งคั่งมากถึง 34,000 ล้านบาท จากการถือหุ้นของบริษัท Duolingo ที่เขาได้ก่อตั้งขึ้น
อ่านมาถึงตรงนี้ หากเราลองมองย้อนดูเส้นทางของคุณ Luis von Ahn ก็จะเห็นรูปแบบความสำเร็จที่น่าทึ่ง
- เกิดที่กัวเตมาลา เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำใกล้ตัว
- สร้าง CAPTCHA เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสแปม
- ต่อยอดมาเป็น reCAPTCHA เพื่อแก้ปัญหาเวลาที่สูญเปล่า
- ขายธุรกิจให้ Google จนได้เงินทุนมหาศาลตั้งแต่วัยเพียง 29 ปี
- สุดท้ายได้กลับมาสานฝัน สร้าง Duolingo เพื่อช่วยให้ทุกคนบนโลก ไม่เพียงแค่ที่กัวเตมาลา ได้เข้าถึงการเรียนภาษาดี ๆ ฟรี
เรื่องราวของคุณ Luis เอง ได้สอนให้เรารู้ว่า บางทีไอเดียธุรกิจที่เปลี่ยนโลก อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีที่ซับซ้อน แต่กลับเป็น การมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ ในพฤติกรรมของมนุษย์
เพราะเขาได้เปลี่ยนการเคาะแป้นพิมพ์ ไม่กี่ตัวอักษร ที่ดูน่าเบื่อ ให้กลายเป็นการช่วยเก็บรักษาความรู้ของโลกนี้ไว้
ตามด้วยพลิกมุมมอง การเล่นเกมผ่านมือถือแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา แก่ผู้คนหลายล้านคน
ซึ่งนั่นอาจรวมถึงคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ ที่เจ้านกฮูกสีเขียวสุดน่ารัก นามว่า Duo
อาจจะกำลังเฝ้ารอเวลาแจ้งเตือน ให้คุณกลับมาเรียนภาษาที่ 3 4 หรือ 5 ต่อได้แล้ว ก็เป็นได้..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ Duolingo ก็เป็นหนึ่งหุ้นเกือบ 10,000 ตัว ที่กองทุน Vanguard Total World Stock ETF กองทุนแม่ของ TL-WORLDX เข้าไปลงทุน
ถ้าหากเรารู้สึกว่าลงทุน Duolingo แค่ตัวเดียวเสี่ยงเกินไป การซื้อกองทุน TL-WORLDX ที่ค่าจัดการ 0.1% ไม่มีภาษีหุ้นนอก แบบไม่จำกัดได้ที่ WealthX ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย
TLWORLD-X เป็นกองทุนเปิดชนิดกองทุนสะสมมูลค่า จากบลจ. ทาลิส จะเข้าไปลงทุนใน VT ทั้งหมด
โดยมีจุดเด่นได้แก่
✅กำไรหุ้นนอกไม่เสียภาษี
✅ค่าจัดการต่ำ 0.1% ต่อปี ซื้อได้ไม่จำกัด
✅ไม่มีต้นทุนการทำประกันความเสี่ยงค่าเงิน
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่แอป WealthX โดย บล.เวลท์เอกซ์ บริษัทในกลุ่ม LTMH และ ลงทุนแมน 02-6669477 LINE ID: @wealthx
------------
สนับสนุนโดย บล.เวลท์เอกซ์
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้ และควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน
*ค่าธรรมเนียมการจัดการที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่านายทะเบียนหน่วยลงทุน ค่าผู้ดูแลผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียมซื้อ ค่าธรรมเนียมขาย เป็นต้น
📞สอบถามเพิ่มเติม: LINE ID @wealthx
WealthX – Wealth for the People
📲ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้ง App Store และ Play Store
#ธุรกิจ
#หุ้นนอก
#Duolingo
References
- How to Make Learning as Addictive as Social Media | Duolingo's Luis Von Ahn | TED
- Duolingo -- the next chapter in human computation | Luis von Ahn | TEDxCMU 2011
- The Marketing Formula that Propelled Duolingo to 500M Users
- The Language of Innovation: Duolingo’s CEO on Brand Building and AI
- Duolingo Shareholder Letters Q3 - 2025