
แกะงบการเงิน “ยืดเปล่า” ทำไมมีรายได้ 1,000 ล้าน แต่เหลือกำไรล้านเดียว
25 ก.ย. 2025
ทำไม “ยืดเปล่า” เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดัง ทำรายได้ในปีที่ผ่านมาได้เป็นพันล้านบาท แต่เหลือกำไรอยู่แค่ล้านเดียว
นี่คือประเด็นที่หลายคนในแพลตฟอร์ม X (Twitter) ถกเถียงกัน จนเจ้าของแบรนด์ต้องออกมาชี้แจง
ซึ่งถ้าหากเราสงสัยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ในทางธุรกิจเป็นไปได้หรือไม่ ?
MONEY LAB จะมากางงบการเงินของบริษัท เริ่มใหม่ จำกัด เจ้าของเสื้อแบรนด์ “ยืดเปล่า” และมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้กันว่า ทำไมบริษัทที่มีรายได้เป็นพันล้าน ถึงเหลือกำไรแค่ล้านเดียว
ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย..
เมื่อดูเฉพาะรายได้ในช่วง 3 ปีย้อนหลังของแบรนด์ยืดเปล่า ก็ต้องบอกว่าบริษัทนี้มีการเติบโตที่น่าประทับใจมาก
- ปี 2565 มีรายได้รวม 506 ล้านบาท เติบโต 132% จากปีก่อน
- ปี 2566 มีรายได้รวม 802.9 ล้านบาท เติบโต 58.6% จากปีก่อน
- ปี 2567 มีรายได้รวม 1,182 ล้านบาท เติบโต 47% จากปีก่อน
เรียกได้ว่า เสื้อแบรนด์ยืดเปล่า กำลังเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังมาแรง เมื่อดูจากรายได้ของบริษัท
แต่การทำธุรกิจก็ย่อมต้องมีต้นทุน และค่าใช้จ่าย เช่น ต้นทุนการผลิตสินค้า, ค่าจ้างพนักงาน, ค่าโฆษณาสินค้า, เงินเดือนผู้บริหาร, ค่าเช่าพื้นที่ขายสินค้า, ค่าเสื่อมสินทรัพย์ของบริษัท หรือแม้กระทั่งภาษี เป็นต้น
ถ้าเราอยากรู้ว่า บริษัทมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น หรือลดลง สามารถดูได้จากอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท ซึ่งเป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพการทำกำไรของบริษัทเมื่อหักต้นทุนการผลิตออกจากรายได้
- ปี 2565 มีอัตรากำไรขั้นต้น 51.5%
- ปี 2566 มีอัตรากำไรขั้นต้น 57%
- ปี 2567 มีอัตรากำไรขั้นต้น 48%
ในทางบัญชี อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง สามารถเกิดขึ้นได้จาก 2 สาเหตุหลัก ๆ คือ
1. ราคาขายต่อหน่วยลดลง
2. ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทไม่ได้ขึ้นราคาสินค้าชดเชยกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
โดยในประเด็นของแบรนด์ยืดเปล่า น่าจะเกิดจากทั้ง 2 สาเหตุ ทั้งต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น จากการที่บริษัทเริ่มขายเสื้อโปโล เมื่อปลายปีที่แล้ว จากเดิมที่ขายแค่เสื้อยืด
ทำให้ต้นทุนการผลิตอาจสูงขึ้น เนื่องจากเนื้อผ้าที่ใช้ผลิตเสื้อโปโลน่าจะต้องใช้วัตถุดิบที่มีต้นทุนสูงกว่าต้นทุนการผลิตเสื้อยืด
และจากการที่บริษัทออกมาเปิดเผยผ่านทางเพจเฟซบุ๊ค เพื่ออธิบายว่าทำไมบริษัทถึงมีกำไรแค่ล้านเดียวว่า บริษัทตั้งใจปรับลดราคาขายสินค้าบางรายการที่ควบคุมต้นทุนได้ดีแล้ว
ทำให้เราพออนุมานได้ว่า บริษัทอาจจะตั้งใจเอากำไรน้อยลง จากทั้งการปรับลดราคาสินค้า และการเพิ่มไลน์การผลิตสินค้าใหม่ที่ต้นทุนสูงขึ้นอย่าง เสื้อโปโล
แต่จากการที่รายได้รวมของบริษัทยังคงเพิ่มขึ้น แม้ว่ามีการปรับลดราคาสินค้าบางรายการลง ก็พอจะบอกได้ว่า เสื้อแบรนด์ยืดเปล่าน่าจะขายได้ในปริมาณมากขึ้นแน่นอน
นอกจากต้นทุนการผลิตแล้ว ค่าใช้จ่ายที่สำคัญอีกรายการหนึ่งสำหรับธุรกิจเสื้อผ้าอย่างแบรนด์ยืดเปล่า คือ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ทำการตลาด ทำให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้นผ่านการโฆษณา และทำโปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขาย
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา แบรนด์ยืดเปล่า ก็เริ่มโหมทำการโฆษณาทั้งผ่านสื่อนอกบ้าน ตามป้ายบิลบอร์ด บนรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงเป็นผู้สนับสนุนงาน Festival ต่าง ๆ
นอกจากนี้การขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce อย่าง Shopee, Lazada และ Tiktok Shop
ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขายให้กับแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่า GP เป็นต้น
ยิ่งแบรนด์ขายดีในแพลตฟอร์มเหล่านี้ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็จะเพิ่มขึ้นอยู่ในค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลง
แต่นอกจากเรื่องของต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายจากการจัดโปรโมชันและค่าใช้จ่ายในการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว
การขยายสาขาเพิ่มเติมอย่างรวดเร็วของแบรนด์ยืดเปล่า ก็เป็นส่วนหนึ่งที่น่าจะทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมากในปีนี้เช่นกัน
โดยในปี 2566 ยืดเปล่ามีสาขาอยู่ที่ประมาณ 47 สาขา แต่ในปี 2567 ยืดเปล่ามีสาขามากถึง 62 สาขา
สิ่งนี้จะส่งผลต่องบการเงินของยืดเปล่าได้ 2 สิ่งก็คือ
1. ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ในงบกำไรขาดทุน จากการต้องจ้างพนักงานขายหน้าร้าน, พนักงานหลังบ้านเพิ่ม และอาจรวมถึงต้องลงทุนในระบบจัดการสินค้าต่าง ๆ
เห็นได้ชัดเจนจากอัตราค่าใช้จ่ายการดำเนินงานต่อรายได้รวม อัตราส่วนที่แสดงให้เห็นว่ารายได้ 100 บาท คิดเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกี่บาท
สำหรับกรณีของยืดเปล่ารายได้ 100 บาท ต้องใช้ไปกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถึง 53 บาท
ขณะที่คู่แข่งในธุรกิจร้านขายปลีกเสื้อผ้าที่มีใกล้เคียงกันๆ รายได้ 100 บาท มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 43 บาท
และค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพียง 40 บาท
2. สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน เพราะการในทางบัญชี การเซ็นสัญญาเช่าที่ระยะยาว ก็นับเป็นสินทรัพย์ของบริษัทที่เพิ่มขึ้น
เช่นเดียวกันกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในร้าน รวมถึงของตกแต่งต่าง ๆ ก็นับอยู่ในส่วนของ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
โดยในปี 2567 มีสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเท่ากับ 168,428,444 บาท เพิ่มขึ้น 63% จากปีก่อน
และการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์เหล่านี้ ก็ย่อมตามมาด้วยค่าเสื่อมราคา
โดยการคิดค่าเสื่อมราคานั้น จะเริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่สาขาเปิดให้บริการเลย นั่นจึงทำให้ค่าเสื่อมจากสาขาที่เปิดในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับค่าเสื่อมจากสาขาในช่วงระหว่างปี 2567 ที่บางสาขาเปิดตั้งแต่ยังไม่สิ้นปี
ก็น่าจะทำให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น และกระจายกันเข้าไปอยู่ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร หรือต้นทุนขาย จนทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ค่าใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้น
เพราะฉะนั้น ถ้าสรุปกันดูอีกครั้ง สาเหตุที่ทำให้ยืดเปล่า มีกำไรน้อย แม้จะมียอดขายระดับ 1,000 ล้านบาท ที่เป็นไปได้ในทางธุรกิจก็น่าจะมาจาก
- ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น จากการออกสินค้ารูปแบบอื่น ๆ นอกจากเสื้อยืด เช่น เสื้อโปโล
- การอัดโปรโมชันทำการตลาด รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Shopee, Lazada และ Tiktok Shop ที่ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่ม
- การขยายสาขาอย่างรวดเร็ว ที่ตามมาด้วยการจ้างคนเพิ่ม รวมไปถึงการลงทุนในระบบจัดการสินค้า ซึ่งเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
และเพิ่มค่าเสื่อมราคาจากสาขาทั้งเก่าและใหม่ อันทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้นด้วย
จากทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า การที่ “ยืดเปล่า” หรือธุรกิจอื่น ๆ จะมีกำไรน้อย แต่รายได้เยอะแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในทางธุรกิจ
ซึ่งการมีค่าใช้จ่ายเยอะ ๆ จนกำไรบางแบบนี้ อาจจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวก็ได้
ทำให้เราต้องติดตามกันต่อไป ว่าผลประกอบการของยืดเปล่าต่อจากนี้ ว่าจะยังคงมีการเติบโต แบบกำไรน้อยแบบนี้ อีกหรือไม่..
#ธุรกิจ
#โมเดลธุรกิจ
#ยืดเปล่า
#โมเดลธุรกิจ
#ยืดเปล่า
References
-งบการเงินของบริษัท เริ่มใหม่ จำกัด จากเว็บไซต์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
-เพจเฟซบุ๊ก Yuedpao - ยืดเปล่า ยืดแต่ไม่ย้วย