David Cheriton อาจารย์มหาลัย รวย 400,000 ล้านบาท ผู้อยู่เบื้องหลัง Google

David Cheriton อาจารย์มหาลัย รวย 400,000 ล้านบาท ผู้อยู่เบื้องหลัง Google

16 มี.ค. 2026
หลายคนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า Google บริษัท Search Engine มูลค่า 114 ล้านล้านบาท ที่คนทั่วโลกขาดไม่ได้
มีจุดเริ่มต้นมาจากวิทยานิพนธ์ของ 2 นักศึกษาปริญญาเอกผู้ก่อตั้งบริษัท คือคุณ Larry Page และคุณ Sergey Brin
แต่รู้ไหมว่าหากขาดคุณ David Cheriton ผู้ซึ่งไม่เพียงเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของทั้งคู่เท่านั้น แต่ยังเป็นนักลงทุนรายแรกที่ให้เงินลงทุนมาตั้งแต่เริ่มต้น 
เราอาจจะไม่ได้ใช้งาน Google และ Gemini อย่างทุกวันนี้ก็ได้
ที่น่าสนใจก็คือ นอกจากเขาจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนให้ Google แล้ว ตัวเขาเองยังก่อตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง และลงทุนในธุรกิจสตาร์ตอัปอื่น ๆ ด้วย จนร่ำรวยมีความมั่งคั่งถึง 400,000 ล้านบาท
แล้วคุณ David เป็นใคร ? 
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
คุณ David Cheriton เกิดในแคนาดา พ่อแม่ของเขาทำอาชีพเป็นวิศวกร ในวัยเด็กเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใคร
แต่คุณ David ก็เป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก ในช่วงที่เรียนอยู่ชั้น ม.5 เขาเคยขอข้ามชั้นเรียน เพราะเขาได้เรียนรู้หลักสูตรที่สอนในชั้นเรียนไปหมดแล้ว
แม้จะมีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการแค่ไหน แต่ในใจของคุณ David ก็ชื่นชอบ และอยากเรียนต่อทางด้านดนตรีมากกว่า
แต่เมื่อถูกปฏิเสธจากมหาวิทยาลัย Alberta เขาก็เบนเข็มมาเรียนต่อทางด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ที่มหาวิทยาลัย British Columbia แทน
เมื่อเรียนจบปริญญาเอก เขาก็ได้ย้ายมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย Stanford รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
และที่แห่งนี้เองที่เขาได้เจอกับคุณ Andy Bechtolsheim นักศึกษาปริญญาเอกที่มักไม่ค่อยเข้าเรียน แต่ใช้เวลาหมดไปกับการเปลี่ยนงานวิจัยเชิงวิชาการ ให้กลายเป็นธุรกิจจริง ๆ
เมื่อเขาเห็นว่าคุณ Andy เคยมีประสบการณ์ปั้นบริษัทชื่อ Sun Microsystems แล้วนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น และมียอดขายมากกว่า 30,000 ล้านบาทมาแล้ว
คุณ David จึงร่วมมือกับคุณ Andy ตั้งบริษัทชื่อ Granite Systems เพื่อเปลี่ยนงานวิจัยเชิงวิชาการ ให้กลายเป็นธุรกิจ
โดยคุณ David ลงทุนไป 6 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 10% ของหุ้นทั้งหมด ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่กว่า 60% เป็นของคุณ Andy
ไม่นานทั้งคู่ก็สามารถขายบริษัทนี้ให้กับ Cisco ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ IT ของสหรัฐฯ ได้ ด้วยมูลค่ากิจการ 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันหลังปรับเงินเฟ้อแล้วอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท
ดีลการขายกิจการในครั้งนี้ ทำให้คุณ David ซึ่งตอนนั้นก็ยังเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยอยู่ ได้รับเงินไปประมาณ 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันหลังปรับเงินเฟ้อ 1,400 ล้านบาท 
จากเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 6 ล้านบาทเท่านั้น..
เรื่องราวความสำเร็จของดีลนี้ ทำให้คุณ David มีชื่อเสียงทางด้านธุรกิจทั้งในหมู่เพื่อนอาจารย์ และลูกศิษย์ลูกหาในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก 
ทำให้มีหลายคนเข้ามาปรึกษาเขาเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ และเทคโนโลยี และหนึ่งในคนที่เข้ามาปรึกษาเขาก็คือคุณ Larry Page และคุณ Sergey Brin 
2 นักศึกษาปริญญาเอก ที่ตัวเขาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้
ไอเดียของทั้งคู่ก็คือ การเปลี่ยนวิทยานิพนธ์เรื่องอัลกอริทึมสำหรับการค้นหาเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตให้กลายมาเป็นธุรกิจจริง ๆ
ทั้งคู่เลยเข้ามาปรึกษาและขอร้องให้คุณ David ช่วยหาบริษัทที่จะให้เงินทุนสนับสนุนธุรกิจของพวกเขา
หลังจากที่ในตอนแรก เคยไปเสนอขายอัลกอริทึมนี้ให้ Yahoo แลกกับเงินทุนประมาณ 120 ล้านบาท แต่ก็ถูกปฏิเสธกลับมา
พวกเขาเลยจะมาขอเงินลงทุนกับคุณ David และคุณ Andy 
ซึ่งคุณ David และคุณ Andy ก็ให้เงินลงทุนกับ Google มาคนละ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐในสมัยนั้น หรือประมาณ 6 ล้านบาทในปัจจุบัน เมื่อปรับอัตราเงินเฟ้อแล้ว
หลังจากนั้นก็อย่างที่เราทราบกันดีว่า Google สามารถล้มยักษ์ใหญ่ Search Engine ในตอนนั้นอย่าง Yahoo ที่เคยปฏิเสธพวกเขาได้ และกลายเป็นเบอร์หนึ่งแทน 
ตามด้วยการพัฒนาธุรกิจที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ Search Engine เท่านั้น แต่ยังมีการซื้อกิจการอื่น ๆ มาเพิ่ม เช่น YouTube รวมถึงการเข้าไปถึงธุรกิจ Cloud
จนทุกวันนี้กลายเป็นบริษัทมูลค่าหลักล้านล้านบาทได้แล้วในตอนนี้  
แม้จากรายงานของ Bloomberg ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า คุณ David ขายหุ้น Google ออกไปจนหมดแล้วในปี 2019
แต่ปัจจุบันคุณ David มีความมั่งคั่งสุทธิอยู่ที่ 400,000 ล้านบาท โดยเกือบครึ่งของความมั่งคั่งนี้มาจากมูลค่าหุ้นของบริษัท Arista Networks 
ซึ่งเป็นบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเอง โดยเน้นไปที่ธุรกิจการจัดการระบบเครือข่ายของการเก็บข้อมูลบน Cloud
ด้วยความมั่งคั่งมากมายขนาดนี้ ที่ทำให้เขาติดอันดับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก 300 คนแรก แน่นอนว่าคุณ David ย่อมสามารถใช้ชีวิตหรูหราได้อย่างสบาย ๆ 
แต่เขาก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิม ด้วยการสอนหนังสือนักศึกษาในมหาวิทยาลัยไปจนถึงวัยเกษียณ
รวมถึงยังคงขับรถคันเดิม และยังอยู่บ้านหลังเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง 
มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาทุ่มเงินแบบไม่เสียดายเลยก็คือ การบริจาคเงินเพื่อการกุศล เช่น บริจาคเงินให้กับมหาวิทยาลัยที่เขาเคยศึกษา
จากเรื่องราวของคุณ David ก็น่าคิดเหมือนกันว่า ด้วยความมั่งคั่งระดับ 400,000 ล้านบาทที่เขามี ก็น่าจะทำให้เขาใช้ชีวิตเป็นเศรษฐีได้ทั้งชีวิต
แต่เขากลับเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเดิม ยังคงทำงานเป็นอาจารย์จนถึงวัยเกษียณ และนำเงินไปบริจาคให้มหาวิทยาลัยอีกเป็นจำนวนมาก
ทำให้เราเห็นว่า การมีเงินมาก ๆ แน่นอนก็คงช่วยให้ชีวิตของเราสุขสบาย และไม่ต้องกังวลว่าจะขาดตกบกพร่องอะไร
แต่สำหรับบางคนแล้วความสุขในชีวิตนั้น บางทีก็แฝงอยู่ในความธรรมดาของชีวิตประจำวันทั่วไป โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะมีเงินมากหรือน้อยกว่าเดิมแค่ไหน 
เหมือนกับคุณ David ที่ยังคงสอนนักศึกษาจนถึงวันเกษียณ แม้จะอยู่สุขสบายไม่ต้องทำอะไร บนกองเงินกองทองที่ได้จากการลงทุนและทำธุรกิจแล้วก็ตาม..
#ลงทุน
#หลักการลงทุน
#คนปั้นพอร์ต
References
© 2026 MONEY LAB. All rights reserved. Privacy Policy.