รู้จัก Demis Hassabis อัจฉริยะผู้ก่อตั้ง DeepMind เบื้องหลัง AI Gemini ของ Google

รู้จัก Demis Hassabis อัจฉริยะผู้ก่อตั้ง DeepMind เบื้องหลัง AI Gemini ของ Google

11 มี.ค. 2026
หนึ่งในเครื่องมือ AI ยุคนี้ที่หลายคนใช้ คงจะหนีไม่พ้น Gemini ของ Alphabet เจ้าของ Google 
ซึ่งชายผู้อยู่เบื้องหลังในการพัฒนา Gemini ก็เป็นคนเดียวกัน กับที่คอยผลักดันให้เกิด นวัตกรรม AI พลิกโลก
อย่างเช่น AlphaGo ที่ชนะแชมป์หมากล้อมโลก ได้อย่างขาดลอย และ AlphaFold แพลตฟอร์มที่ช่วยให้โลกนี้ ค้นพบยาตัวใหม่ได้เร็วขึ้น
เรากำลังพูดกันถึง คุณ Demis Hassabis อัจฉริยะผู้ให้กำเนิดบริษัท DeepMind
หากสงสัยว่า แล้วคุณ Demis Hassabis เป็นใครมาจากไหน และทำไมเรื่องราวของเขาถึงน่าสนใจ ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
คุณ Demis Hassabis เกิดเมื่อปี 1976 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยเขาเป็นลูกครึ่ง ที่มีเชื้อสายระหว่าง กรีก-ไซปรัส และสิงคโปร์
ความเป็นอัจฉริยะของเขา ได้ฉายแววมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยเริ่มจากการเป็นดาวรุ่งในวงการหมากรุกโลก 
เพราะในวัยแค่ 13 ปี เขาได้เป็นถึงมือวางอันดับ 2 ของโลก ในรุ่นอายุต่ำกว่า 14 ปี
การเล่นหมากรุก ได้หล่อหลอมให้เขา เข้าใจถึงวิธีคิดในเชิงกลยุทธ์ และการรู้จักวางแผนล่วงหน้าเสมอ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิตของเขา
ถึงแม้จะเป็นเลิศทางด้านหมากรุกก็จริง แต่จุดเปลี่ยนของชีวิตเขา กลับมาจากการชอบเล่นวิดีโอเกม เป็นชีวิตจิตใจ
ความหลงใหลนี้ ทำให้เขาในวัย 17 ปี หลังเรียนจบมัธยมปลาย ตัดสินใจเลือกไปทำงานต่อสัก 1 ปี กับบริษัท Bullfrog Productions
จนได้มีส่วนสำคัญในการสร้างเกมระดับตำนาน ชื่อ “Theme Park”
Theme Park เป็นเกมแนวจำลองสร้างธุรกิจสวนสนุก ที่ให้ผู้เล่นเปรียบเสมือนเป็นเจ้าของสวนสนุก ที่จะต้องคอยบริหารจัดการทุกอย่าง
ความสำเร็จของเกมนี้ นอกจากจะทำยอดขายได้ถล่มทลาย มากกว่า 1,000,000 ตลับแล้ว ยังได้รับเสียงชื่นชม ถึงความสมจริงของตัวเกม ที่ออกแบบมาอย่างดี สามารถเก็บรายละเอียดสำคัญได้ครบ
จนผู้เล่นหลายคน ต่างพากันรู้สึกไปว่า โลกเสมือนในเกมของ Theme Park ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในโลกจริงอีกใบหนึ่งเลย
เมื่อทำงานมาได้จนครบ 1 ปี ในวัย 18 ปี เขาก็ได้กลับไปเรียนต่อที่ Cambridge University จนจบปริญญาตรีในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์
หลังเรียนจบ เขาตัดสินใจกลับเข้าสู่วงการพัฒนาเกมอีกครั้ง ด้วยการก่อตั้งบริษัทของตัวเอง เพื่อสร้างเกมแนวจำลองใหม่ ๆ ที่เขาชื่นชอบ
อย่างไรก็ตาม การกลับมาในรอบนี้ กลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่เขาคิด จนทำให้เขาต้องยอมแพ้ ขายกิจการทิ้งไป
และหันเหความสนใจ ไปเรื่องใหญ่ที่สำคัญกว่า นั่นคือการพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้ฉลาดมากพอ เพื่อหวังว่า สักวันหนึ่งจะช่วยตอบคำถามสำคัญ เกี่ยวกับจักรวาลนี้ได้..
เขาได้ตัดสินใจกลับไปเรียนต่อปริญญาเอก ด้านประสาทวิทยาศาสตร์การรู้คิด หรือ Cognitive Neuroscience ที่มหาวิทยาลัย University College London
เพราะเขาเชื่อว่า การที่เราจะสร้างสุดยอด AI ที่จะฉลาดเหมือนมนุษย์ได้นั้น เราควรจะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งเสียก่อนว่า สมองของมนุษย์นั้น ทำงานอย่างไร
และการมาเรียนปริญญาเอกที่นี่เอง เขาก็ได้พบกับคุณ Shane Legg นักวิจัยผู้มีความลุ่มหลงในเรื่อง AI แบบเดียวกันกับเขา
จนต่อมาทั้ง 2 คนได้มีไอเดีย อยากจะเริ่มทำธุรกิจ ที่จะเร่งการพัฒนาความฉลาดของ AI ให้เป็นจริงขึ้นมา
คุณ Demis จึงได้ไปชวนเพื่อนที่มีความรู้ด้านธุรกิจเป็นอย่างดี อย่างคุณ Mustafa Suleyman เข้ามา เป็นอีกหนึ่งแนวร่วมสำคัญ
และแล้วในปี 2010 บริษัทสตาร์ตอัปเล็ก ๆ จากอังกฤษ แต่มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ นามว่า DeepMind ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น
ซึ่งมุมมองในการจะสร้าง AI ให้ฉลาด แบบคิดเองได้เหมือนมนุษย์นั้น DeepMind ได้นำความรู้ทางด้านประสาทวิทยา มาผสมผสานกับวิทยาการคอมพิวเตอร์
จนเกิดเป็นเทคนิคใหม่ ที่เรียกว่า “Deep Reinforcement Learning”
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การสร้างความฉลาดให้ AI ผ่านการลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายคือ ให้ทำคะแนนออกมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้
กระบวนการแบบนี้ จะทำให้ AI ได้เรียนรู้ตลอดเวลา หาก AI เคยทำผิดในครั้งหนึ่ง และเมื่อได้เรียนรู้แล้ว ครั้งต่อ ๆ มา AI ก็จะทำได้ดียิ่งขึ้น จนเข้าสู่ในจุดที่ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบมากที่สุดนั่นเอง
โดยทางคุณ Demis ได้เริ่มจากการนำสิ่งที่ตัวเองโปรดปรานที่สุด มาปรับใช้ นั่นคือการให้ AI ฝึกเล่นเกม แต่ไม่ได้บอกกติกา เพียงแค่มีคำสั่งว่าให้ทำคะแนนออกมาให้ได้มากที่สุด 
ผลลัพธ์ที่ออกมานั้น เรียกได้ว่า น่าทึ่งเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อปล่อยให้ AI ได้ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ
นอกจาก AI จะไม่เพียงเล่นเกมได้เก่งกว่ามนุษย์แล้ว AI ก็ยังฉลาดพอ จนพบเห็นช่องโหว่ในเกม และคิดค้นกลยุทธ์ขึ้นมาเอง ในแบบที่มนุษย์ผู้สร้างเกมเอง ยังคิดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ..
เรื่องราวความฉลาดอย่างน่าทึ่งนี้เอง ทำให้ DeepMind ที่เพิ่งก่อตั้งมาได้ไม่นาน และยังไม่มีผลิตภัณฑ์ออกมาวางจำหน่าย กลายเป็นที่หมายปองจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายเจ้า
แต่สุดท้าย ในปี 2014 บริษัทที่สามารถคว้า DeepMind ไปครองได้ ก็คือ Google ในราคาประมาณ 20,000 ล้านบาท
การเดิมพันของ Google ในครั้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นการตัดสินใจที่เฉียบคมมาก เพราะต่อมา ทางทีม DeepMind ได้สร้างปรากฏการณ์ช็อกโลกครั้งใหญ่ ผ่านการออกนวัตกรรมล้ำ ๆ มาเป็นระยะ ๆ
- ปี 2016 เมื่อ “AlphaGo” เอาชนะแชมป์โลกหมากล้อม ชาวเกาหลีใต้ อย่างคุณ Lee Sedol ไปได้อย่างราบคาบ
ถ้ายังไม่เห็นภาพว่า การที่ AI ชนะเกมหมากล้อม พิเศษอย่างไร 
ก็ต้องบอกว่า หมากล้อม เป็นเกมกระดานที่มีรูปแบบการเดินมากที่สุดในโลก โดยว่ากันว่ามากกว่าจำนวนอะตอมในจักรวาลนี้เสียอีก
เพราะรูปแบบในการเดินหมากของหมากล้อมที่เป็นไปได้นั้น เท่ากับ 10 ยกกำลัง 170
หรือ 1 ตามด้วยเลข 0 อีก 170 ตัว..
คุณ Demis เชื่อว่า หาก AI สามารถเรียนรู้เกมที่มีรูปแบบการเดินหมากที่ซับซ้อนมากที่สุดในโลก อย่างเกมหมากล้อม จนเชี่ยวชาญได้แล้ว
โอกาสที่ทางทีม DeepMind จะให้กำเนิดสิ่งที่เรียกว่า “Artificial General Intelligence” หรือ “ปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป” ที่มีความฉลาดระดับเดียวกับมนุษย์ คงจะอยู่ไม่ไกลอีกแล้ว
- ปี 2024 เมื่อ “AlphaFold” เปลี่ยนโฉมวงการยาโลก ไปตลอดกาล
ความสำเร็จของ DeepMind ไม่ได้หยุดอยู่แค่ การเอาชนะเกมกระดานที่ยากที่สุดในโลกเพียงเท่านั้น
เพราะหลังจากเหตุการณ์นั้น แค่เพียงไม่กี่ปี ทาง DeepMind ก็ได้เปิดตัว AlphaFold ระบบ AI ที่สามารถทำนายโครงสร้างของโปรตีน จำนวนนับล้านชนิด ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ
ในอดีต ความยากลำบากของการวิจัยยา สาเหตุหลักก็มาจากการที่ไม่มีใครรู้ว่า โครงสร้างที่แท้จริงของโปรตีน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการใช้วิจัย มีหน้าตาเป็นอย่างไร
ความยากนี้เอง ทำให้บริษัทยาต้องคอยเผาเงินวิจัยไปอย่างมหาศาล เป็นเวลานานหลายปี
จนเมื่อได้ยาตัวใหม่มาแล้ว ก็ต้องมีสิทธิบัตรไว้คอยคุ้มครอง ให้บริษัทสามารถทำเงินจนคุ้มค่าความพยายามที่ลงแรงไปตลอดหลายปี
แต่เมื่อมี AlphaFold เกิดขึ้น ระบบนี้เปรียบเสมือนเป็นพิมพ์เขียวสำคัญ ที่จะช่วยให้นักวิจัยยา เห็นหน้าตาของโปรตีนแต่ละชนิด จนสามารถนำไปใช้พัฒนายาตัวใหม่ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
จากแต่ก่อนที่ใช้เวลาวิจัยยาจนถึงขั้นออกมาใช้ในวงกว้างได้ ต้องใช้เวลาหลายปี ก็อาจจะเหลือเพียงแค่ไม่ถึงปี ก็เป็นได้
และด้วยผลงานระดับที่เปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์มนุษยชาติแบบนี้เอง
ก็ได้ส่งให้คุณ Demis Hassabis ผู้อยู่เบื้องหลัง คว้า “รางวัลโนเบลสาขาเคมี” ประจำปี 2024 มาครองอย่างยิ่งใหญ่
- ปี 2025 เมื่อ Gemini ตัวล่าสุด กำลังเขย่าบัลลังก์ ChatGPT
หลังจากปี 2022 เป็นต้นมา เมื่อบริษัท OpenAI ได้เปิดตัว ChatGPT 3 จนเกิดเป็นกระแสว่า สิ่งนี้จะทำให้อนาคตของบริษัทอย่าง Google ต้องยากลำบาก
ซึ่งทางบริษัทแม่ของ Google อย่าง Alphabet ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด
เพราะได้ทำการรวมทีมนักวิจัย AI ระดับหัวกะทิของบริษัท อย่าง Google Brain และ DeepMind เข้าด้วยกัน โดยมีคุณ Demis เป็นผู้กุมบังเหียนหลัก
ด้วยพลังของยอดทีม ผสานกับการนำทัพของคุณ Demis ก็ได้นำไปสู่การพัฒนาโมเดล AI ที่จะผูกอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์ในเครือของ Alphabet ชื่อว่า “Gemini”
ซึ่งปัจจุบัน Gemini ถูกพัฒนาให้สามารถนำไปใช้งานได้กับทุกเรื่อง ตั้งแต่ การเขียนหนังสือ, การสร้างโคดโปรแกรม, สร้างรูปภาพ, สร้างวิดีโอ ไปจนถึงการแต่งเพลง
จนทำให้ Gemini ได้รับเสียงชื่นชมมากมาย จากผู้ใช้งานจำนวนมากด้วย 
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็เชื่อว่า เราน่าจะเข้าใจถึงเรื่องราวชีวิต และความฝันอันยิ่งใหญ่ ที่อยากจะไขปริศนาระดับจักรวาล ของคุณ Demis Hassabis กันดีขึ้นแล้ว
นี่เป็นเรื่องราวของอดีตเซียนหมากรุกวัยเยาว์ ผู้หลงใหลในการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ
จนได้ต่อยอด นำความหลงใหลเหล่านั้น ผสานกันกับความรู้หลากหลายสาขา พร้อมดึงดูดกลุ่มคน ที่มีความเชื่อคล้าย ๆ กัน 
ก่อกำเนิดเป็นบริษัท DeepMind ที่มีความใกล้เคียงมากที่สุดในตอนนี้ ที่จะสร้าง AI ที่ฉลาดระดับเดียวกับมนุษย์ ขึ้นมาได้
ต่อจากนี้ ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า AI แบบนั้น ที่คุณ Demis ใฝ่ฝัน จะเกิดขึ้นมาได้ตอนไหน
และภาพการดำรงอยู่ของมนุษยชาติในตอนนั้น เมื่อได้พบกับสิ่งที่ฉลาดเหมือนมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่มนุษย์
พวกเราจะอยู่ร่วมกับ “สิ่งนั้น” ในรูปแบบไหนกัน ?..
#ธุรกิจ
#ประวัติธุรกิจ
#DeepMind
References
-หนังสือ Supremacy: AI, ChatGPT, and the Race That Will Change the World (2024) โดย Parmy Olson
-The future of intelligence | Demis Hassabis (Co-founder and CEO of DeepMind)
-Demis Hassabis: Future of AI, Simulating Reality, Physics and Video Games | Lex Fridman Podcast #475
-Can Google’s New AI Solve Everything? | Titans and Disruptors
-Inside Google DeepMind: AGI, Robotics, & World Models Explained - Demis Hassabis
-Nobel Prize lecture: Demis Hassabis, Nobel Prize in Chemistry 2024
© 2026 MONEY LAB. All rights reserved. Privacy Policy.