Bonnie Brown หมอนวดที่รวย 200 ล้าน จากการได้เงินเดือนเป็นหุ้น Google

Bonnie Brown หมอนวดที่รวย 200 ล้าน จากการได้เงินเดือนเป็นหุ้น Google

24 ก.พ. 2026
หากให้ลองนึกถึงเหล่าเศรษฐีหุ้น ที่รวยจากการได้ผลตอบแทนเป็นหุ้น สำหรับพนักงานยุคบุกเบิก ของบริษัทชื่อดังอย่าง Google
ส่วนใหญ่คงมักจะนึกถึง บรรดาวิศวกรหัวกะทิ หรือเหล่าเนิร์ด ผู้คลั่งไคล้ในโลกของเทคโนโลยีเป็นแน่
แต่รู้หรือไม่ว่า ท่ามกลางผู้คนเหล่านี้ กลับมีพนักงานเพียงหนึ่งเดียว ที่เขียนโคดไม่ได้สักบรรทัด และไม่ได้สันทัดในเรื่องเทคโนโลยีอยู่ด้วย
เพราะงานของเธอคือ การคอยบีบนวด และคลายเส้น ให้กับเหล่าโปรแกรมเมอร์ ที่ปวดหลังเพียงเท่านั้น
เรากำลังพูดถึง คุณ Bonnie Brown อดีตหมอนวดประจำบริษัท และพนักงานคนที่ 41 ของ Google ที่บังเอิญได้ไปอยู่ถูกที่ถูกเวลาพอดี
จนคว้ารางวัลแจ็กพอต ระดับ 269 ล้านบาท..
หากสงสัยว่า เรื่องราวของคุณ Bonnie Brown เป็นอย่างไร และทำไมเธอถึงกลายมาเป็น เศรษฐีหุ้นร้อยล้านบาทได้ ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
ย้อนกลับไปในปี 1999 ชีวิตของคุณ Bonnie Brown ในวัย 47 ปี กำลังอยู่ในช่วงตกต่ำถึงขีดสุด
เธอเพิ่งผ่านการหย่าร้างอันสุดแสนเจ็บปวด และผลาญเงินเก็บที่มีอยู่ไปจนหมด กับธุรกิจโรงเรียนเอกชน ที่เจ๊งไม่เป็นท่า
ทำให้เธอต้องระเห็จ ไปขอนอนอยู่ที่บ้านของน้องสาว..
ในเวลานั้น เธอไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจากต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ให้กับชีวิต ด้วยการไปเรียนนวดบำบัด เพื่อไว้หารายได้ประทังชีวิต
แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึง เมื่อน้องสาวของเธอไปเห็นประกาศรับสมัครงาน ของบริษัทเปิดใหม่ ชื่อแปลก ๆ ว่า “Google”
โดยบริษัทนี้ กำลังมองหาพนักงานนวด ไว้คอยดูแลโปรแกรมเมอร์ของบริษัท ที่ทำงานหนักกันแบบหลังขดหลังแข็ง
ตอนแรก คุณ Bonnie Brown ยังเข้าใจว่า บริษัทนี้ชื่อว่า “Goggle” (แปลว่า แว่นตาว่ายน้ำ) ด้วยซ้ำ
แต่ด้วยความที่เธอถังแตก และชีวิตในตอนนั้น มองไม่เห็นตัวเลือกอื่น เธอจึงตัดสินใจลองไปสมัครงานที่บริษัทนี้ดู
ซึ่งอันที่จริงเธอไม่ใช่ตัวเลือกแรกของ Google เลย เพราะบริษัทอยากได้หมอนวดอีกคนที่มีประสบการณ์มากกว่า
แต่หมอนวดอีกคนก็ไม่ว่าง พร้อมจะเริ่มงานได้ทันที ส้มลูกใหญ่จึงหล่นมาที่คุณ Bonnie Brown ซึ่งกำลังว่างงาน แบบพอดิบพอดี
การสัมภาษณ์งานในวันนั้น ไม่ได้มีการถามเรื่องวิสัยทัศน์ หรือความรู้ทางเทคโนโลยีแต่อย่างใด
เธอแค่เพียงต้องพิสูจน์ฝีมือ ด้วยการนวดให้พนักงานที่กำลังปวดหลังอยู่เท่านั้นเอง
และเมื่อผ่านการทดสอบแล้ว ทางหัวหน้าฝ่ายบุคคลก็ยื่นข้อเสนอวัดใจที่สุดในชีวิตให้กับเธอ
ด้วยเหตุผลว่า บริษัทมีเงินสดไม่มากนัก โดยสามารถจ่ายเป็นค่าแรงแบบพาร์ตไทม์ ให้เธอได้สัปดาห์ละ 450 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น (ประมาณ 27,000 บาท ในปัจจุบัน)
ส่วนเงินเดือนที่เหลือที่เธอเรียกมา จะจ่ายเป็นหุ้นของบริษัทแทน..
ถึงแม้เธอจะไม่ยินดีเท่าไรนัก เพราะอยากได้เป็นเงินสดจริง ๆ มากกว่า แต่ด้วยความที่ชีวิตต้องสู้ เธอก็ต้องจำใจยอมรับงานนี้
พร้อมทั้งมองว่า ใบหุ้นนี้เป็นแค่กระดาษเปล่า ไม่ได้มีความสำคัญอะไร จนเกือบจะเอาไปทิ้งแล้วด้วยซ้ำ แต่โชคยังดี ที่เธอยังเก็บไว้ในลิ้นชักที่บ้าน
เพราะเธอเล่าว่า ครั้งหนึ่งมีวิศวกรคนหนึ่งในบริษัท กางแผนผังโครงสร้างหุ้นขององค์กรให้เธอดู แล้วบอกเธอว่า
“ถ้าบริษัทนี้ไปรอด หุ้นพวกนี้จะทำให้คุณสบายไปทั้งชีวิต..”
คุณ Bonnie Brown ถือได้ว่า เป็นพนักงานคนที่ 41 ของ Google โดยนอกจากจะทำงานนวดได้เป็นอย่างดีแล้ว เธอยังเป็นผู้ฟังที่ดี จนทำให้เธอสนิทกับทุกคนในบริษัท
ไม่เว้นแม้กระทั่งคู่หูผู้ก่อตั้งบริษัท อย่างคุณ Larry Page และคุณ Sergey Brin ที่มักจะมานอนให้เธอนวด พร้อมระบายความเครียดจากการทำงานให้ฟังเสมอ
และแล้ววันเวลาก็ผ่านไป 5 ปี หลังจากเธอเข้ามาทำงาน เข้าสู่เดือนสิงหาคม ปี 2004 Google ได้ทำการ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์
ราคาหุ้นของบริษัทก็ได้พุ่งทะยาน เปลี่ยนให้กระดาษที่อยู่ในลิ้นชักของคุณ Bonnie Brown กลายเป็นยิ่งกว่าลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ในชั่วข้ามคืน 
เพราะเหล่าหุ้นที่เธอได้มา มีมูลค่ามากถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถ้าปรับเงินเฟ้อและแปลงเป็นเงินไทยในตอนนี้ จะมีมูลค่าอยู่ที่ 269 ล้านบาท
เรียกได้ว่า ตอนนี้สถานะทางการเงินของเธอ รวยเกินกว่าจะมายืนนวดหลังให้ใครอีกแล้ว
แต่เรื่องราวที่น่ารักต่อจากนั้นก็คือ เธอยังไม่ได้รีบลาออกในทันที เพราะเธอไม่อยากทิ้งลูกค้า ที่จองคิวนวดเอาไว้
จนกระทั่งในท้ายที่สุด เธอก็ตัดสินใจเกษียณตัวเองไปใช้ชีวิตตามที่ใจปรารถนา
ซึ่งชีวิตหลังเกษียณของคุณ Bonnie Brown นับได้ว่า เป็นการพลิกฟื้นโชคชะตา ได้หอมหวานที่สุด
เพราะเธอได้นำเงินบางส่วน ไปซื้อบ้านหลังใหญ่, จ้างเชฟส่วนตัว, เดินทางรอบโลก เพื่อทำงานการกุศล
และสิ่งที่พีกที่สุดคือ เธอได้จ้างหมอนวดส่วนตัว มานวดให้เธอสัปดาห์ละครั้งอีกด้วย
อ่านมาถึงตรงนี้ หากเราลองถอดบทเรียนจากเรื่องราวของคุณ Bonnie Brown ดู จะเห็นว่าแม้โชคดีจะมีผลอยู่บ้าง
แต่มันก็ได้สะท้อนให้เห็นถึง วัฒนธรรมองค์กรของซิลิคอนแวลลีย์ ที่เชื่อในเรื่องของ “ความเท่าเทียมทางโอกาส” ได้เป็นอย่างดี
เพราะมองว่า ทุกคนที่ช่วยกันสร้างบริษัท ไม่ว่าจะเป็นคนเขียนโคดหรือคนที่มานวดหลังให้คนเขียนโคดอีกที
ทุกคนล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญ ที่สมควรได้รับการยอมรับ ให้เป็นเจ้าของบริษัทร่วมกัน
และอีกบทเรียนสำคัญ บทเรียนสุดท้ายก็คือ ความกล้าที่จะเสี่ยง ที่พร้อมจะลองทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้ชีวิตก้าวเดินต่อไป ถึงแม้ภายในจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม
เฉกเช่นเดียวกับเรื่องราวของคุณ Bonnie Brown ที่แม้ชีวิตจะมองไม่เห็นอนาคต แต่การเลือกพาตัวเอง เข้าไปอยู่ในที่ที่มีโอกาสอยู่บ้าง
ก็อาจจะเปลี่ยนชีวิตของคนธรรมดา ให้กลายเป็นอีกหนึ่งตำนาน ที่ถูกเล่าขาน ให้เป็นแรงบันดาลใจต่อผู้อื่น ต่อไปได้เหมือนกัน..
#ลงทุน
#หลักการลงทุน
#คนปั้นพอร์ต
References
- หนังสือ Giigle: How I Got Lucky Massaging Google (2008) โดย Bonnie Brown
- Google Options Make Masseuse a Multimillionaire โดย The New York Times
- GOOGLE'S MAGIC TOUCH MAKES MILLIONAIRE OUT OF MASSEUSE
- Stroke of luck for masseuse who found millions at Google
© 2026 MONEY LAB. All rights reserved. Privacy Policy.