
รู้จัก Paper Company สิ่งที่ทำให้ ชาอึนอู โดนกล่าวหาว่า เลี่ยงภาษี 20,000 ล้านวอน
29 ม.ค. 2026
หากพูดถึงชาอึนอู ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้น เบ้าหน้าฟ้าประทาน เจ้าของฉายาลูกรักพระเจ้าของเกาหลี
แต่ใครจะคิดว่า ล่าสุดชื่อของเขากำลังเป็นประเด็นร้อน จากการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังรวมค่าปรับสูงถึง 20,000 ล้านวอน หรือราว 400 ล้านบาท
ซึ่งตัวเลขนี้ ถือเป็นยอดเรียกเก็บภาษีที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการบันเทิงเกาหลีเลยทีเดียว
เรื่องนี้สร้างความสงสัยให้ใครหลายคน เพราะโดยปกติแล้ว สำหรับคนดังที่มีรายได้สูง การตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อวางแผนภาษี ก็ถือเป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ทำกัน
แต่ทำไมกรณีของชาอึนอูถึงกลายเป็นความผิด จนนำไปสู่การประเมินภาษีย้อนหลังมหาศาล ?
จุดชี้ขาดของเรื่องนี้ อยู่ที่การตีความของสรรพากรที่สงสัยว่า บริษัทที่คุณแม่ของเขาตั้งขึ้นมา อาจเข้าข่ายสิ่งที่เรียกว่า Paper Company
แล้ว Paper Company คืออะไร เส้นแบ่งบาง ๆ ที่คั่นระหว่างการวางแผนภาษี กับการเลี่ยงภาษีอยู่ตรงไหน ?
MONEY LAB จะย่อยการเงิน การลงทุนให้เข้าใจง่าย ๆ
ไม่ว่าที่ไทยหรือเกาหลีใต้ ต่างก็มีโครงสร้างภาษีที่คล้ายกัน นั่นคือ เพดานอัตราภาษีของบุคคลธรรมดา สูงกว่าบริษัทที่เป็นนิติบุคคล
โดยเกาหลีใต้ เก็บแบบอัตราก้าวหน้าทั้งคู่
-ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพดานสูงสุดอยู่ที่ 45%
-ภาษีนิติบุคคล เพดานสูงสุดอยู่ที่ 25%
ส่วนที่ประเทศไทย
-ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เก็บแบบอัตราก้าวหน้า
เพดานสูงสุดอยู่ที่ 35%
-ภาษีนิติบุคคล เก็บแบบอัตราคงที่ 20%
ส่วน SME อัตราก้าวหน้าเพดานสูงสุดอยู่ที่ 20%
เมื่อมีการเก็บภาษีแบบอัตราก้าวหน้า ก็หมายความว่า ยิ่งมีรายได้มาก อัตราภาษีที่ต้องจ่ายก็ยิ่งสูงขึ้น ทำให้ต้องเสียภาษีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว
เมื่อมองไปที่ส่วนต่างอัตราภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ค่อนข้างกว้าง จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นคนดังหรือคนที่มีรายได้สูง เลือกที่จะเปิดบริษัทขึ้นมา เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการจัดโครงสร้างรายได้
ในความเป็นจริงแล้ว การตั้งบริษัท หรือใช้บริษัทในการบริหารภาษีไม่ใช่เรื่องผิดโดยตัวมันเอง และเป็นสิ่งที่ทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แต่ประเด็นสำคัญ ซึ่งเป็นเส้นบาง ๆ ที่คั่นอยู่คือ วิธีการและเจตนาในการจัดการภาษีนั้น ว่าอยู่ในพื้นที่สีขาว สีเทา หรือสีดำ
-พื้นที่สีขาว หรือการวางแผนภาษี (Tax Planning) เป็นการเตรียมการเพื่อเสียภาษีอย่างถูกต้อง โดยใช้สิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้
-พื้นที่สีเทา หรือการหลบหลีกภาษี (Tax Avoidance)เป็นการอาศัยช่องโหว่ หรือความคลุมเครือทางกฎหมาย ซึ่งแม้จะยังไม่ผิด แต่ก็มีความเสี่ยงเพราะขึ้นอยู่กับการตีความของสรรพากร
-พื้นที่สีดำ หรือการเลี่ยงภาษี (Tax Evasion) เป็นการเจตนาหนีภาษีโดยใช้วิธีที่ผิดกฎหมายชัดเจน
และแม้ว่าทั้ง 3 รูปแบบจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ เสียภาษีน้อยที่สุด แต่หากเจาะลึกลงไป เราจะเห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจน นั่นคือ
1. ฝั่งการวางแผนภาษี (Tax Planning) โดยเปิดบริษัทรับงานแทนตัวเอง
คือการเปิดบริษัทที่มีการประกอบธุรกิจจริง หมายความว่า บริษัทต้องมีตัวตน มีออฟฟิศ มีการจ้างทีมงานมาช่วยดูแลคิวงาน หรือทำบัญชีจริง ๆ และมีรายจ่ายที่สมเหตุสมผล
ในมุมของบริษัท เมื่อมีรายได้เข้ามา ก็นำไปหักลบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงเงินเดือน ที่จ่ายให้กับตัวดารา หรือแม้แต่ครอบครัวที่เข้ามาทำงานในบริษัท แล้วค่อยนำกำไรสุทธิที่เหลือ ไปเสียภาษีนิติบุคคล
ในมุมของคนดัง เมื่อได้รับเงินเดือนจากบริษัท ก็นำรายได้ส่วนนั้นไปยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามปกติ
แบบนี้ถือว่าทำได้และถูกต้อง เพราะบริษัทมีบทบาทในการสร้างรายได้จริง และมีการเสียภาษีครบถ้วนถูกต้องตามขั้นตอน
2. ฝั่งการเลี่ยงภาษี (Tax Evasion) โดยใช้ Paper Company
ในส่วนนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Paper Company ในทางนิติกรรม ถือเป็นบริษัทที่มีการจดทะเบียนถูกต้อง มีเอกสารครบ มีเลขผู้เสียภาษี และมีบัญชีธนาคารเหมือนบริษัททั่วไปทุกประการ
แต่ความหมายที่แท้จริงของ Paper Company หรือที่บางคนอาจรู้จักกันในชื่อ Shell Corporation มันคือ บริษัทที่มีอยู่จริงแค่บนกระดาษที่จดทะเบียน
พูดง่าย ๆ คือบริษัทที่มีแต่เปลือกนอก แต่ไส้ในกลวงโบ๋
โดยคำว่า “กลวง” ในที่นี้ก็คือไม่มีอะไรเลย ทั้งกิจกรรมทางธุรกิจ และอาจไม่มีแม้กระทั่งสำนักงาน หรือพนักงาน และจะมีเพียงใบจดทะเบียนและบัญชีธนาคารสำหรับทำธุรกรรมเท่านั้น..
ซึ่งเป้าหมายหลักของการทำแบบนี้ ก็เพื่อใช้เป็นท่อส่งผ่านเงิน เพื่อหวังผลทางภาษีให้ต่ำลงเท่านั้น
และจุดนี้เอง ที่ทำให้ชาอึนอูถูกสรรพากรเกาหลีใต้ตรวจสอบและถูกประเมินภาษีเพิ่มเติม
สรุปสั้น ๆ คือโครงสร้างบริษัทที่คุณแม่ตั้งขึ้นมานั้น ถูกสรรพากรมองว่าเป็นเพียงบริษัทลอย ๆ ที่แจ้งจดทะเบียนโดยใช้ที่อยู่ร้านอาหารของครอบครัว แต่ไม่มีกิจกรรมทางธุรกิจตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง
ซึ่งจุดนี้ทำให้สรรพากรตีความว่า เจตนาที่แท้จริงเข้าข่ายนิติกรรมอำพราง เพื่อถ่ายเทรายได้
จากเดิม รายได้ควรถูกแบ่งระหว่าง ค่ายต้นสังกัดและตัวชาอึนอู ซึ่งทำให้ตัวของชาอึนอูต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่มีเพดานสูงถึง 45%
แต่ได้มีการทำสัญญาเพิ่มเติม เพื่อให้รายได้ถูกแบ่งออกไปยังบริษัทที่ตั้งขึ้นมาเพิ่มด้วย
วิธีการนี้ทำให้เงินก้อนที่ควรจะเป็นของชาอึนอูโดยตรงทั้งหมด บางส่วนถูกโยกเข้าไปหลบอยู่ในรูปแบบของบริษัทแทน
เพื่อเปลี่ยนฐานภาษีให้รายได้ก้อนนี้ เสียภาษีในอัตรานิติบุคคลที่ต่ำลง..
และความน่าสนใจของเรื่องนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลขภาษีที่สูงเท่านั้น ยังมีเรื่องของความเข้มข้นของทีมตรวจสอบด้วย
เพราะคดีนี้ถูกตรวจสอบโดยทีมสืบสวนที่ 4 ของสำนักงานสรรพากรโซล ซึ่งได้ฉายาว่า “ยมทูตแห่งแชโบล”
เป็นทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและเข้มงวด และมักจะรับผิดชอบในการตรวจสอบกลุ่มทุนใหญ่ที่มีความซับซ้อนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุป และยังคงอยู่ในขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
เพราะทางด้านค่ายต้นสังกัด รวมถึงตัวของชาอึนอูเองก็ได้ออกมายืนยันว่า จะให้ความร่วมมือตามขั้นตอนทางภาษีที่กำลังดำเนินอยู่อย่างเต็มที่
ซึ่งเท่ากับว่า ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังวัดกันที่หลักฐานว่า บริษัทนี้มีตัวตนและการดำเนินธุรกิจจริงหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าบทสรุปทางกฎหมายจะจบลงอย่างไร สิ่งที่ชัดเจนและเจ็บปวดที่สุดในตอนนี้คือ ราคาที่ต้องจ่ายจากภาพลักษณ์ที่เสียหาย
จนนำไปสู่การที่หลายแบรนด์เริ่มเคลื่อนไหวด้วยการระงับการโปรโมต และทยอยลบโฆษณาของเขาออกจากช่องทางต่าง ๆ แล้ว
ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า บทสรุปของมหากาพย์ภาษีที่มีมูลค่าสูงที่สุดของวงการบันเทิงเกาหลีในครั้งนี้
จะจบลงที่ความเข้าใจผิด เหมือนกับเคสคนดังหลายคนที่ผ่านมา หรือจะเป็นบทเรียนราคาแพงของการเลี่ยงภาษีกันแน่..
#วางแผนการเงิน
#หลักการวางแผนการเงิน
#วางแผนภาษี
References