
MINT เจ้าของธุรกิจโรงแรม และร้านอาหาร ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ใช้งบลงทุนในปี 2568 กว่า 10,387,000,000 บาท ไปกับอะไรบ้าง
21 ก.พ. 2026
รู้ไหมว่า MINT เป็นเครือธุรกิจโรงแรม และร้านอาหาร ที่มีมูลค่าบริษัทมากที่สุดในตลาดหุ้นไทย อยู่ที่ 150,000 ล้านบาท
ณ สิ้นปี 2568 ทางบริษัทมีโรงแรมที่ลงทุนเองจำนวน 370 แห่ง คิดเป็นจำนวนห้องพักประมาณ 54,193 ห้อง
แต่หากรวมจำนวนห้องพักในโรงแรมที่ทางบริษัทรับจ้างบริหารด้วยอีก 196 แห่ง จะทำให้ MINT มีจำนวนห้องพักรวมทั้งหมด 81,611 ห้อง ใน 56 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว
ไม่เพียงแต่ MINT จะเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจโรงแรมเท่านั้น แต่ธุรกิจร้านอาหาร MINT ก็เป็นเจ้าของแบรนด์ดัง ๆ มากมายเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์อย่าง The Pizza Company, The Coffee Club, Swensen's, Bonchon, Burger King, Sizzler
ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2568 ทางกลุ่ม MINT มีจำนวนร้านอาหารกว่า 2,716 สาขา ใน 25 ประเทศทั่วโลก
และด้วยความที่ธุรกิจโรงแรม และร้านอาหาร เป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยเงินลงทุนสูง ในการขยายธุรกิจ ทำให้ในปี 2568 MINT จึงมีการลงทุนไปมากกว่า 10,000 ล้านบาท
ซึ่งประมาณ 75% ของงบลงทุนก้อนนี้ MINT เอาไปลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างโรงแรม และร้านอาหาร
อีกประมาณ 15% MINT นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของ MINT ก็คือ
- สิทธิในการบริหารสินทรัพย์ เช่น การจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้ชื่อแบรนด์โรงแรมอื่น
- ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สูตรอาหารที่คิดค้นขึ้นเอง
- ต้นทุนการพัฒนาแฟรนไชส์ของบริษัทเอง
- ค่าลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ เช่น การซื้อแฟรนไชส์ของร้านอาหารของบริษัทอื่น มาเปิดในไทย เป็นต้น
- เครื่องหมายการค้า
- โปรแกรมคอมพิวเตอร์
อีก 10% คือการลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วม และกิจการร่วมค้า รวมไปถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
ซึ่งความหมายของคำว่าบริษัทย่อย ก็คือ บริษัทที่ MINT ถือหุ้นมากกว่า 50% ขึ้นไป หรือหากถือน้อยกว่านั้น แต่มีอำนาจควบคุมบริษัท ก็จะถือว่าเป็นบริษัทย่อยเช่นกัน
ส่วนบริษัทร่วม ก็คือ บริษัทที่ MINT ถือหุ้นตั้งแต่ 20% ถึง 50%
ขณะที่กิจการร่วมค้า คือ บริษัทเฉพาะกิจ ที่เกิดจากการร่วมทุนของ 2 บริษัทขึ้นไป เพื่อดูแลโครงการใดโครงการหนึ่ง เมื่อโครงการถึงจุดสิ้นสุดลง บริษัทนี้ก็จะเลิกไป