
ดิสนีย์แลนด์ไทย จะเป็นแบบไหน ? เข้าใจ 3 โมเดลธุรกิจที่ทาง Disney ใช้ ขยายสวนสนุกไปทั่วโลก
9 ม.ค. 2026
“ดิสนีย์แลนด์” กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งความหวังใหม่ของเศรษฐกิจไทย
จากที่ล่าสุดมีข่าวว่า เอกชนไทยสนใจที่จะลงทุนในโครงการดึง ดิสนีย์แลนด์ มาตั้งบนพื้นที่ EEC
แต่ถ้าเราสังเกตจากข่าวนี้ให้ดีก็จะเห็นได้ว่า แม้ Disney เป็นบริษัทระดับโลก ที่น่าจะมีเงินมากมาย
แต่ทำไมถึงยังต้องให้เอกชนไทยเป็นคนลงทุนสร้างสวนสนุกให้แทน
ซึ่งถ้าเราอยากจะหาคำตอบ ให้กับข้อสงสัยนี้ ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
ที่ผ่านมา ดิสนีย์แลนด์ มีโมเดลในการขยายสวนสนุกหลัก ๆ อยู่ 3 แบบคือ
1. สร้าง บริหาร และเป็นเจ้าของเอง 100% (Sole Ownership)
โมเดลแบบแรกนี้ จะใช้กับเหล่าสวนสนุก ดิสนีย์แลนด์ ในสหรัฐอเมริกา
นั่นก็เป็นเพราะ Disney มองว่า คนอเมริกันนั้นเกิดและเติบโตมากับเวทยมนตร์ของการ์ตูนและภาพยนตร์ของ Disney บนหน้าจออยู่แล้ว พร้อมทั้งทางบริษัทเข้าใจวัฒนธรรมการบริการของคนอเมริกันอย่างดี
การที่ Disney ลงทุนสร้างสวนสนุกเอง เพื่อรับรายได้เข้าบริษัทแบบเต็ม ๆ โดยไม่ต้องแบ่งกับใคร จึงเป็นทางเลือกที่ดี
เพราะมั่นใจว่าถ้าสร้างไป คนสหรัฐที่ “อิน” กับ Disney และมีกำลังซื้อที่เพียงพอ ก็จะกลายเป็นลูกค้า จนสามารถทำให้ ดิสนีย์แลนด์ นั้นทำกำไรได้
ทำให้โดยหลักแล้ว ดิสนีย์แลนด์ ในต่างประเทศ จะไม่มีการเริ่มต้นด้วยการมีบริษัท Disney เป็นเจ้าของเองทั้งหมด
เพราะถึงแม้ Disneyland Paris ตอนนี้บริษัท Disney จะดูแลเต็ม 100%
แต่ตอนแรก Disneyland Paris เกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัทลูก Disney ในยุโรป กับผู้ถือหุ้น ที่เข้ามาระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ Euronext
ก่อนที่ Disney บริษัทแม่ก็เข้ามาซื้อหุ้นทั้งหมดไป และดูแลเองเต็ม 100% ในปี 2017 หลังจาก Disneyland Paris ขาดทุนต่อเนื่องมานาน
เมื่อไม่อยากเสี่ยงแบบนี้ Disney จึงเลือกไปเติบโตต่างประเทศ ด้วยโมเดลแบบต่อมา
2. ให้ลิขสิทธิ์ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของ (Licensing)
ในช่วงต้น ๆ ปี 1980 บริษัท Disney นั้นมีความกลัวว่า โครงการสร้าง Tokyo Disneyland จะไม่ประสบความสำเร็จ
จากการที่คนญี่ปุ่น ไม่ได้เกิดและเติบโตมากับตัวละครของ Disney เฉกเช่นคนสหรัฐ แถมยังมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันมาก
ทางบริษัทจึงไม่อาจเดาได้ว่าคนญี่ปุ่นจะเข้าถึงและชื่นชอบตัวละครของ Disney จนกลายเป็นลูกค้าของสวนสนุก ดิสนีย์แลนด์
เพราะการสร้างสวนสนุกนั้นใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง ถ้าลงทุนเองทั้งหมดเหมือนที่ทำกับในสหรัฐฯ ก็เสี่ยงจะขาดทุนหนักได้
ตรงนี้เองที่บริษัทญี่ปุ่นชื่อว่า Oriental Land Company หรือ OLC เข้ามาเสนอทางออกให้กับ Disney
ว่าทางบริษัทจะลงทุนสร้าง บริหารงานทั้งหมดให้เอง Disney ให้เพียงแค่ลิขสิทธิ์ของตัวละครและเครื่องเล่นต่าง ๆ ให้กับทางบริษัทก็พอ
ทำให้ถ้าหาก Disneyland Tokyo ขาดทุน ทาง Disney ก็ไม่ต้องรับ บริษัท OLC รับเต็ม ๆ แถมยังได้นอนกินค่าลิขสิทธิ์ที่ทาง OLC จะจ่ายให้ไปยาว ๆ
ฟังแล้วก็ดูเป็นโมเดลที่ดี เพราะ Disney สามารถทำเงินได้โดยแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
เพียงแต่ว่า Tokyo Disneyland กลับประสบความสำเร็จอย่างมาก จนทำกำไรมหาศาลให้ทาง OLC ในขณะที่ Disney ได้ค่าลิขสิทธิ์เล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง
ถึงตรงนี้ทาง Disney ก็ตระหนักแล้วว่า การไม่เสี่ยงลงทุนเพราะกลัวขาดทุน อาจเป็นการพลาดกำไรมหาศาล
ทำให้หลังจากนั้นมา Disney ก็มักจะใช้แต่โมเดลต่อไปนี้ในการขยายสวนสนุกในต่างประเทศ
3. ร่วมทุน (Joint Venture)
ทาง Disney เริ่มใช้โมเดลแบบร่วมทุนขึ้นมา อย่าง Hong Kong Disneyland ที่ทาง Disney ถือหุ้น 48% ส่วนที่เหลือ 52% เป็นรัฐบาลฮ่องกงถือ
และ Shanghai Disneyland ที่ทาง Disney ถือหุ้น 43% ส่วนที่เหลือ 57% เป็นรัฐวิสาหกิจจากจีนชื่อ Shanghai Shendi Group ถือหุ้น
การทำแบบนี้ นอกจากจะทำให้ Disney ใช้เงินลงทุนเองน้อยลง และไม่เสี่ยงมากเท่าลงทุนเองทั้งหมดแล้ว
ยังทำให้ถ้าหากสวนสนุกแห่งนี้ประสบความสำเร็จ Disney ก็จะได้เงินส่วนแบ่งกำไร ที่มากกว่าการขายแค่ลิขสิทธิ์อย่างเดียวมาก
ถึงตรงนี้เราก็น่าจะพอเห็นภาพแล้วว่า ทำไมจึงต้องให้เอกชนไทยลงทุนสร้างโครงการ ดิสนีย์แลนด์ เอง
โดยโครงการ ดิสนีย์แลนด์ไทย นี้ ก็มีรายงานออกมาว่า น่าจะเป็นโมเดลลงทุนแบบ Licensing
เพราะถ้าหากเรามองในมุมของ Disney แม้ประเทศเราจะเป็นปลายทางการท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ
แต่ Disney ที่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะเข้าใจวัฒนธรรมไทยหรือไม่ และอาจจะไม่แน่ใจว่าคนไทยมีกำลังซื้อพอเป็นลูกค้าของสวนสนุกหรือเปล่า
อีกทั้งตัวเลขนักท่องเที่ยวก็ยังมีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจโลกด้วย
ทาง Disney จึงเลือกให้ทางเอกชนไทยแบกรับความเสี่ยงในการขาดทุนแทนไปน่าจะดีกว่า
ถึงอย่างนั้น ถ้าหากสวนสนุก ดิสนีย์แลนด์ ในไทยเกิดขึ้นมาได้จริง ๆ และประสบความสำเร็จขึ้นมา เหมือนกับในกรณีของ Tokyo Disneyland
นั่นก็หมายความว่า เงินที่ได้หลังหักค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้ Disney ทั้งหมดจะกลายเป็นเงินที่ไหลเข้ากระเป๋าของเอกชนคนไทย โดยไม่ต้องแบ่งให้ Disney เพิ่มเลย
และทำให้ภาครัฐได้ประโยชน์ทางอ้อม จากการเก็บภาษี และเศรษฐกิจไทยที่โตขึ้นจากการท่องเที่ยวนั่นเอง..
#ธุรกิจ
#โมเดลธุรกิจ
#ดิสนีย์แลนด์
References
-รายงานประจำปี Walt Disney Company