
รู้จัก Berkshire Hathaway แห่งญี่ปุ่น ที่เน้นลงทุนแต่ธุรกิจโลกยุคใหม่
22 ม.ค. 2026
หลายคนน่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของ Berkshire Hathaway อาณาจักรการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ของคุณปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์
ซึ่งกลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจของ Berkshire Hathaway ก็คือการใช้เงินสดที่ยังไม่ถูกเคลมในธุรกิจประกัน เป็นแหล่งเงินทุนในการลงทุน
พูดง่าย ๆ ก็คือ Berkshire Hathaway มีธุรกิจหลักอย่างบริษัทประกัน เป็นธุรกิจ Cash Cow คอยผลิตกระแสเงินสด เติมกระสุนให้ Berkshire Hathaway ไปลงทุนในธุรกิจที่มีคุณภาพอยู่ตลอดเวลา
แต่รู้ไหมว่ามีบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ใช้โมเดลที่คล้ายกันนี้ สร้างอาณาจักรการลงทุนของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน
เพียงแต่ธุรกิจ Cash Cow ของบริษัทนี้นั้น ไม่ใช่ประกัน แต่เป็นธุรกิจโทรคมนาคม และบริษัทแห่งนี้ก็ลงทุนแต่ธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่มีศักยภาพจะเปลี่ยนโลกด้วย
ถ้าอยากรู้ว่าบริษัทญี่ปุ่นแห่งนี้คือบริษัทอะไร ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
“ผมขอเวลา 3 นาที เพื่อเข้าพบท่านประธานบริษัทครับ ท่านไม่ต้องพูดอะไร ไม่ต้องเงยหน้ามามองผมก็ได้ ผมแค่อยากเข้าไปพบนักธุรกิจที่เก่งที่สุดของญี่ปุ่นตัวเป็น ๆ เท่านั้นครับ”
นี่คือคำพูดของเด็กมัธยมปลายชาวญี่ปุ่นเชื้อสายเกาหลีคนหนึ่ง ที่กำลังใช้ความพยายามขอเข้าพบคุณเด็น ฟูจิตะ นักธุรกิจชื่อดังของญี่ปุ่น ผู้ร่ำรวยจากการนำแฟรนไชส์ของ McDonald's เข้ามาในญี่ปุ่น
จนในที่สุดเลขาฯ ของคุณฟูจิตะก็อนุญาตให้เด็กหนุ่มคนนี้เข้าพบจนได้
คำแนะนำที่ยอดนักธุรกิจแนะนำกับเด็กคนนั้นไปก็คือ ให้ไปสหรัฐอเมริกาแล้วเรียนรู้เรื่องของคอมพิวเตอร์ เพราะในอนาคต คอมพิวเตอร์จะครองโลก
ใครจะรู้ว่าคำแนะนำสั้น ๆ จะทำให้เด็กหนุ่มคนนั้น กลายเป็นหนึ่งในคนรวยอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ที่ชื่อว่า คุณมาซาโยชิ ซัน ผู้ก่อตั้ง SoftBank
เมื่อกลับมาจากสหรัฐอเมริกา เขาก็ก่อตั้ง SoftBank ซึ่งมีความหมายว่า ธนาคารของซอฟต์แวร์
สิ่งที่เขาทำก็คือ การเป็นตัวกลาง คอยมองหาซอฟต์แวร์ดี ๆ จากทั่วโลก แล้วนำเข้ามาขายให้องค์กรต่าง ๆ ในญี่ปุ่น
จากนั้นคุณมาซาโยชิ ซัน ก็เปลี่ยนโครงสร้างบริษัทเป็น Investment Holding Company ซึ่งเป็นโครงสร้างบริษัทแบบเดียวกับ Berkshire Hathaway
โดยเขาต้องการเปลี่ยนกลยุทธ์จากการเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเอง มาเป็นผู้ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยี
โดยบริษัทแรก ๆ ที่เขาเข้าซื้อ คือธุรกิจนิตยสารเกี่ยวกับเทคโนโลยี เพราะในสมัยนั้นซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ มักจะมาลงโฆษณาในนิตยสารเหล่านี้
การซื้อธุรกิจนิตยสาร ก็ไม่ต่างอะไรจากการซื้อแหล่งข้อมูล ที่จะทำให้เขาเจอดีลการลงทุนที่ดีในอนาคต
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เจอสตาร์ตอัปที่กำลังทำเว็บไซต์ Search Engine ที่ชื่อว่า Yahoo!
คุณมาซาโยชิ ซัน ไม่รอช้า รีบนัดเจอผู้ก่อตั้งของ Yahoo! และตัดสินใจลงทุนทันที ซึ่งต่อมา Yahoo! ก็สามารถเข้าไป IPO ในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ
กลายเป็นการลงทุนที่ประสบความสำเร็จในช่วงแรก ๆ ของ SoftBank
SoftBank ใช้กำไรที่ได้จากการขายหุ้น Yahoo! ขยายเข้าสู่ธุรกิจอินเทอร์เน็ต Broadband และเครือข่ายมือถือ
ผ่านการเข้าซื้อกิจการ Japan Telecom เจ้าของเครือข่ายเส้นใยแก้วนำแสงทั่วญี่ปุ่น และ Vodafone Japan ผู้ให้บริการคลื่นสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
ธุรกิจโทรคมนาคมนี้เอง ที่กลายเป็นธุรกิจ Cash Cow คอยสร้างกระแสเงินสดให้กับ SoftBank นำเงินไปลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีอื่น ๆ
และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ คุณมาซาโยชิ ซัน ก็พบกับคุณครูสอนภาษาอังกฤษชาวจีนคนหนึ่ง ที่กำลังทำแพลตฟอร์ม E-commerce ชื่อ Alibaba อยู่
เขาใช้เวลาตัดสินใจลงทุนในบริษัทนี้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าสตาร์ตอัปแห่งนี้ ยังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่างเลยด้วยซ้ำ ด้วยเงินลงทุนราว 600 ล้านบาท
แต่การซื้อธุรกิจนี้ กลับเป็นดีลการลงทุนที่ทำกำไรให้กับ SoftBank มากที่สุด เพราะเงิน 600 ล้านบาทในวันนั้น ได้เติบโตขึ้นมาเป็น 2 ล้านล้านบาทในวันนี้
ต่อมากระแสเงินสดจากธุรกิจโทรคมนาคม และกำไรจากการลงทุนที่ผ่านมา ก็ถูกใช้ทำดีลการลงทุนครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการเทคโนโลยีไปทั่วโลก
เมื่อ SoftBank ใช้เงินกว่า 1 ล้านล้านบาท ซื้อหุ้นทั้งหมดของ ARM Holdings บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชิปสัญชาติอังกฤษในปี 2016
เพราะเขาเชื่อว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ AI มีปัญญาเหนือมนุษย์ และชิปจะเป็นเทคโนโลยีสำคัญในเรื่องนี้ ซึ่งเขาพูดเรื่องแบบนี้ไว้ ตั้งแต่ก่อนที่ใครหลาย ๆ คนจะได้รู้ว่า AI เก่งกาจขนาดไหนแบบวันนี้เสียอีก
เมื่อคุณมาซาโยชิ ซัน มีธุรกิจ Cash Cow และธุรกิจแห่งอนาคตอยู่ในมือแล้ว เขาก็จัดโครงสร้างธุรกิจใหม่ แบ่งเป็น 3 เสาหลัก คือ
1. ARM Holdings บริษัทชิปที่เพิ่งไปซื้อมา
2. กองทุน Vision Fund ที่เน้นลงทุนแต่ธุรกิจแห่งอนาคต ตามวิสัยทัศน์ของเขา
3. SoftBank Corp. ธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งเป็นธุรกิจ Cash Cow ที่คอยผลิตกระแสเงินสดให้บริษัทเอาไปลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคต
ธุรกิจทั้ง 3 เสาหลักนี้ อยู่ภายใต้ Holding Company ของคุณมาซาโยชิ ซัน ที่ชื่อ SoftBank Group
ถ้าถามว่าในแต่ละปีธุรกิจโทรคมนาคมของ SoftBank ที่ได้ชื่อว่าเป็น Cash Cow ปันผลออกมาเท่าไร ถึงมีเงินให้คุณมาซาโยชิ ซัน เอาไปถลุงได้ขนาดนี้
ก็ต้องบอกว่าแต่ละปี ธุรกิจโทรคมนาคมของ SoftBank จ่ายปันผลออกมาปีละไม่ต่ำกว่า 79,000 ล้านบาท
ทำให้เมื่อคิดจากสัดส่วนการถือหุ้นของ SoftBank Group ที่ 40% หมายความว่าทุก ๆ ปี เขาจะมีเงินให้ลงทุนปีละ 32,000 ล้านบาท ไปเรื่อย ๆ
นอกจากกระแสเงินสดจากธุรกิจโทรคมนาคมแล้ว คุณมาซาโยชิ ซัน ยังเป็นคนที่ใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย
เพื่อหาเงินมาใช้ทำดีลการลงทุนขนาดใหญ่ ที่มักจะสร้างความฮือฮาให้กับคนในวงการธุรกิจทั่วโลกอีกด้วย
เช่น การนำหุ้นของบริษัท ARM Holdings ไปค้ำประกันเพื่อกู้เงินมาลงทุนในโปรเจกต์ Stargate
หรือการใช้คอนเน็กชันเชิญชวนนักธุรกิจ หรือแม้แต่ผู้นำระดับโลกให้มาร่วมลงทุนในกองทุน Vision Fund ของเขา
ขนาดกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ก็ยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนในกองทุน Vision Fund ของเขาด้วย
ซึ่งความสำเร็จจากการลงทุนที่ผ่านมาทั้งการลงทุนใน Yahoo! และ Alibaba ในช่วงแรก ๆ ก็ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นผู้มาก่อนกาล และมีความน่าเชื่อถือสูงมาก
จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมเขาถึงสามารถดึงดูดนักลงทุนระดับโลก ให้เข้ามาร่วมลงทุนกับกองทุนของเขาได้
แต่คุณมาซาโยชิ ซัน ก็ไม่ได้เป็นอัจฉริยะนักลงทุน ที่ลงทุนแล้วไม่เคยขาดทุนเลย
เพราะอันที่จริงการลงทุนในสตาร์ตอัปแบบนี้ มีโอกาสเกิดความผิดพลาดถึงขั้นเงินลงทุนกลายเป็น 0 ถือเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเขาเองก็เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อย ๆ
เช่น การลงทุนใน WeWork สตาร์ตอัปปล่อยเช่าอาคารสำนักงาน ที่ SoftBank ขาดทุนไปมากกว่า 400,000 ล้านบาท
หรือการเผชิญหน้ากับวิกฤติโรคระบาดครั้งใหญ่ในปี 2020 ที่ทำให้ SoftBank ต้องขายหุ้น Alibaba ออกมาบางส่วน เพื่อนำเงินไปลดภาระหนี้ และเสริมสภาพคล่องให้สตาร์ตอัปในพอร์ตการลงทุน
แต่ SoftBank ก็สามารถรอดพ้นจากวิกฤติมาได้ทุกครั้ง เพราะการลงทุนที่ประสบความสำเร็จทำให้เขาได้ผลตอบแทนเป็นพัน ๆ เท่า จนสามารถกลบผลขาดทุนจากการลงทุนที่ล้มเหลว
นอกจากนี้ธุรกิจ Cash Cow อย่างธุรกิจโทรคมนาคม ก็ยังสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรผลิตเงินสดให้กับ SoftBank มาได้ตลอด
การวางโครงสร้างธุรกิจให้มั่นคงแบบนี้เอง จึงทำให้ SoftBank กลายเป็น Berkshire Hathaway แห่งญี่ปุ่น ที่กลายเป็นคนคอยให้เงินลงทุนสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพจะเปลี่ยนโลกของเราในอนาคต..
#ธุรกิจ
#โมเดลธุรกิจ
#SoftBank
References