ทำไม ค่าเงินอิหร่านล่มสลาย จนกลายเป็น 0

ทำไม ค่าเงินอิหร่านล่มสลาย จนกลายเป็น 0

14 ม.ค. 2026
0.000000704 คืออัตราแลกเปลี่ยนของ 1 เงินเรียลอิหร่าน เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
หรือในทางกลับกันก็คือต้องใช้เงิน 1,419,500 เรียลอิหร่าน ในการจะแลกเงินแค่ 1 ดอลลาร์สหรัฐ 
ถึงตรงนี้เราน่าจะพูดได้แล้วว่า อัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องเติมทศนิยมถึง 7 หลักถึงจะเห็นตัวเลขอื่นบ้างแบบนี้ คือตัวอย่างของค่าเงินที่ล่มสลาย 
ทั้งที่ถ้าย้อนไปเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน สมัยที่อิหร่านพึ่งเปลี่ยนแปลงการปกครอง อัตราแลกเปลี่ยนนั้นอยู่แค่ประมาณ 70 เรียลอิหร่านต่อดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น 
แล้วสาเหตุอะไรกันที่ทำให้ค่าเงินอิหร่านต้องล่มสลายแบบนี้ ? 
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
สารตั้งต้นที่ทำให้ค่าเงินเรียลของอิหร่าน กลายเป็นกระดาษไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเงินสกุลหลักของโลก หลัก ๆ แล้วมีอยู่ด้วยกัน 3 สิ่ง
1. รายได้พึ่งพาแค่น้ำมัน
เมื่อน้ำมันดิบกว่า 208,600 ล้านบาร์เรล หรือ 12% ของทั้งโลก ฝังอยู่ใต้แผ่นดินและผืนน้ำของอิหร่าน 
จึงทำให้การผลิตน้ำมันคือหัวใจสำคัญของประเทศ โดยมีบริษัทของรัฐบาลเป็นผู้ควบคุมสมบัติของชาตินี้มาเนิ่นนานตั้งแต่ปี 1951 
รายได้จากการส่งออกน้ำมันไปขายจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณในการบริหารประเทศ 
อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลอิหร่านตั้งแต่ช่วงก่อนปฏิวัติ ได้ทุ่มเททรัพยากรในการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตและขุดเจาะน้ำมันเพียงอย่างเดียว 
ได้ทำให้ภาคการผลิตอื่น ๆ ของประเทศ รวมไปถึงภาคการเกษตร ไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร เหมือนกับคนที่แข็งแรงเฉพาะส่วน ไม่ใช่ทั้งร่างกาย 
หลายครั้งรายได้ภาครัฐของอิหร่าน จึงแทบจะขึ้นลงตามวัฏจักรราคาน้ำมัน เพราะเก็บภาษีจากภาคธุรกิจอื่น ๆ ได้น้อยมาก 
โดยในช่วงประมาณปี 2008 ที่ราคาน้ำมันใกล้ All Time High รายได้จากการขายน้ำมันของอิหร่าน คิดเป็นมากกว่าครึ่งของรายได้ภาครัฐทั้งหมดเลย 
หรือแม้แต่ในช่วงปี 2024 ที่หลังจากถูกสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรการค้าขายมา 6 ปี รายได้จากการขายน้ำมันของอิหร่าน ก็ยังคิดเป็นถึงประมาณ 1 ใน 5 ของรายได้ภาครัฐทั้งหมด 
แต่ถ้าหากคิดว่าแค่นี้อิหร่านก็แย่แล้ว จากการที่เป็นประเทศยืนด้วยรายได้ขาเดียวจากการขายน้ำมัน แต่จะเป็นอย่างไรกันถ้าขานั้นกำลังมีคนรุมฟาดให้หัก..
2. โดนคว่ำบาตรจนขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ 
แม้จะแสดงท่าทีเป็นศัตรูกับโลกตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาอยู่บ่อย ๆ แต่ลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่านคือประเทศในแถบยุโรป 
ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อมีการจับได้ว่าอิหร่านมีท่าทีซุ่มพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ นั่นจึงนำมาสู่การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของทั้ง UN และสหภาพยุโรปในช่วงปี 2010 
รวมไปถึงการตัดอิหร่านออกจากเครือข่าย SWIFT ที่ธนาคารทั่วโลกใช้สื่อสารกันเพื่อโอนเงินข้ามประเทศ ในปี 2012 
ทำให้ตอนนี้ถ้าให้อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ ก็คือ แม้อิหร่านจะขุดน้ำมันออกมามหาศาล แต่ไม่มีลูกค้าให้ขาย 
ถึงจะหาคนซื้อได้ ก็ต้องเอาเงินกลับเข้าประเทศอย่างยากลำบาก เพราะต้องไปใช้ช่องทางการสื่อสารใหม่ กับธนาคารประเทศที่เป็นลูกค้า
ก่อนที่เศรษฐกิจอิหร่านจะได้พักหายใจจากการคว่ำบาตร หลังยอมถอยเรื่องการพัฒนานิวเคลียร์ ด้วยการทำข้อตกลง JCPOA กับนานาชาติสำเร็จในปี 2015 
จนกระทั่งในปี 2018 รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยแรก ก็ได้ทำการถอนตัวจากข้อตกลง JCPOA และกลับมาคว่ำบาตรอีกครั้ง 
แถมท้ายด้วยมาตรการสำคัญอย่าง ถ้าใครค้าขายน้ำมันหรือทำธุรกิจกับอิหร่าน ก็จะโดนคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกาเหมือนกัน
สิ่งนี้นั้นทำให้บริษัทต่างชาติพากันถอนทุนออกจากอิหร่านกันจ้าละหวั่น และเมื่อมีแต่คนอยากขายเงินเรียลอิหร่าน เพื่อแลกเป็นเงินต่างประเทศกลับบ้าน 
อัตราแลกเปลี่ยนของอิหร่านในตอนนั้น ก็อ่อนค่าลงถึง 23% ในปีเดียว 
จนในช่วงปลายปี 2025 อิหร่านก็กลับมาเดินหน้าการพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์อีกครั้ง ทำให้ข้อตกลง JCPOA พัง 
ทาง UN และ EU จึงดึงนโยบายคว่ำบาตรทุกอย่างที่ทำกับอิหร่านเมื่อ 10 ปีที่แล้วมาใช้ในทันที
การโดนคว่ำบาตรอย่างหนักหน่วงตลอดมา จนน้ำมันที่มีก็แทบจะหาคนซื้อไม่ได้ ประกอบกับภาคการผลิตอื่น ๆ และภาคการเกษตรของอิหร่านไม่ได้ถูกพัฒนา 
จนทำให้ข้าวปลาอาหาร รวมถึงเครื่องจักรอุตสาหกรรม และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ อิหร่านต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก   
เมื่อเงินตราต่างประเทศก็หาเพิ่มแทบไม่ได้ แต่ความต้องการจะใช้กลับมีอยู่ตลอดแถมยังจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่อิหร่านจะขาดแคลนเงินตราต่างประเทศอย่างมาก แถมยังทำให้ค่าเงินเรียลอิหร่านอ่อนลงต่อเนื่อง
ถึงอย่างนั้น สภาพเศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ ยังไม่น่ากลัวเท่าวิธีการที่รัฐบาลอิหร่านใช้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 
3. พิมพ์เงินมหาศาล ชดเชยการขาดดุล 
แม้หลังคว่ำบาตร จะมีประเทศจีนเข้ามาเป็นลูกค้ารายใหญ่ แต่ก็มีการเปิดเผยว่า จีนมักจะกดราคารับซื้อน้ำมันอิหร่านที่ไม่มีทางเลือกให้ต่ำกว่าตลาด จนบางครั้งกดราคามากถึง 30% ก็มี 
รายได้ของรัฐบาลอิหร่านจึงร่อยหรอลงทุกที สวนทางกับการมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ 
โดยนักเศรษฐศาสตร์ชาวอิหร่านประมาณการไว้ว่า 80% ของธุรกิจในประเทศ ถูกควบคุมโดยรัฐบาลทั้งหมด 
ซึ่งเมื่อธุรกิจที่อยู่ในมือภาครัฐนั้นไม่จำเป็นต้องแข่งขันกับใคร การบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพและขาดนวัตกรรมใหม่ ๆ จึงบังเกิด จนนำไปสู่ธุรกิจที่ขาดทุนรอให้อุ้มจำนวนมาก
เมื่อประเทศต้องการใช้เงินมากกว่าที่หามาได้ ส่วนใหญ่ช่องว่างระหว่างรายได้กับค่าใช้จ่ายนี้ จะถูกอุดด้วยการกู้
แต่ประเทศที่เศรษฐกิจเริ่มผุพังแบบนี้ คงไม่มีใครหน้าไหนยอมให้กู้ 
รัฐบาลอิหร่านจึงต้องงัดมาตรการสุดท้ายมาใช้ นั่นก็คือการพิมพ์เงินมาโปะการขาดดุลการคลัง
ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือเงินเฟ้อสูงเฉลี่ยถึง 40% นับตั้งแต่สหรัฐอเมริกาเริ่มคว่ำบาตรมา และในปี 2025 ที่ผ่านมานี้ เงินเฟ้อของอิหร่านก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะลดลงแต่อย่างไร เพราะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 52% แล้ว 
จากสารตั้งต้นทั้งหมดนี้ การล่มสลายของค่าเงินเรียลอิหร่าน จึงอาจไม่ใช่เรื่องที่ใคร ๆ คาดไม่ถึงอย่างที่คิด 
นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นี้ก็คือ ความอันตรายของการฝากสินทรัพย์ของเราไว้ในมือของรัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่ง
ในปัจจุบันนี้ที่การลงทุนต่างประเทศ รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ก็ทำได้ง่ายมากแล้ว จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่นึกถึงกระจายความเสี่ยง ด้วยการลงทุนในหลาย ๆ ประเทศ หรือเก็บทรัพย์สินหลายรูปแบบ 
เพราะสุดท้ายมูลค่าความมั่งคั่งที่แท้จริงของเราไม่ใช่ยอดเงินในบัญชี แต่คืออำนาจในการใช้จ่าย
เหมือนคนอิหร่านตอนนี้ ที่ตัวเลขเป็นล้าน ๆ ในบัญชีก็ไม่มีความหมาย ถ้าสุดท้ายเอาไปจ่ายค่าข้าวได้แค่มื้อเดียว.. 
#เศรษฐกิจ
#อิหร่าน
#ค่าเงิน
References 
© 2026 MONEY LAB. All rights reserved. Privacy Policy.