สรุปวิธีเอาตัวรอดในวันที่น้ำมันแพง ผ่านเครื่องมือในตลาดหุ้นไทย

สรุปวิธีเอาตัวรอดในวันที่น้ำมันแพง ผ่านเครื่องมือในตลาดหุ้นไทย

12 มี.ค. 2026
ในช่วงที่ผ่านมานี้ หลายคนน่าจะเห็นคนไทยจำนวนมาก ต่อคิวกันเติมน้ำมันตามปั๊มน้ำมันแต่ละแห่งทั่วประเทศ
เนื่องมาจากสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างอิหร่าน และสหรัฐอเมริกา ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนทำให้การผลิต และการขนส่งน้ำมันทั่วโลกได้รับผลกระทบไปด้วย
โดยประเทศไทยเอง ก็มีการนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติมาจากตะวันออกกลาง เพื่อใช้เป็นพลังงานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเช่นกัน
ซึ่งถ้าหากสงครามครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อ ราคาน้ำมันก็อาจปรับตัวสูงขึ้นได้ และค่าครองชีพของเราก็จะสูงขึ้น
คนไทยจำนวนไม่น้อย จึงเลือกที่จะรีบไปเติมน้ำมันกันก่อนที่ราคาจะถูกปรับขึ้น
แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกวิธีหนึ่ง ที่เราสามารถป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันแพงได้ โดยที่ไม่ต้องสตาร์ตรถไปต่อคิวเติมน้ำมันที่ปั๊ม แต่ทำผ่านตลาดหุ้นแทน
แล้วถ้าอยากรู้ว่า เราจะป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันแพง ผ่านตลาดหุ้นได้อย่างไร ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
- ลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรมต้นน้ำในการผลิตน้ำมัน (Upstream)
ซึ่งก็คือหุ้นของผู้สำรวจและผลิตน้ำมันดิบ ที่จะได้ประโยชน์จากการขายน้ำมันดิบในราคาแพงขึ้น 
แม้หุ้นโรงกลั่นและปิโตรเคมี อาจจะได้ประโยชน์เหมือนกันจากน้ำมันแพง ถ้าหากสามารถขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ได้มากกว่าต้นทุนน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น 
รวมถึงมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน ที่สต๊อกน้ำมันเก่าถูกตีราคาใหม่ตามราคาตลาดปัจจุบันที่เพิ่มขึ้น 
แต่ถ้าหากต้นทุนน้ำมันดิบราคาแพงอย่างยาวนาน ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็อาจจะทำให้หุ้นโรงกลั่นและปิโตรเคมี ไม่ได้มีกำไรมากอย่างที่คิด 
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเราไม่มีเวลาติดตามข่าวสารเกี่ยวกับหุ้น เราก็อาจจะพิจารณาวิธีต่อไป 
- DR กองทุน ETF น้ำมัน 
โดยตอนนี้ในตลาดไทยมี DR ที่ชื่อว่า OIL03 เป็น DR ของบริษัทหลักทรัพย์ พาย ที่อ้างอิง ETF ชื่อ Global X S&P Crude Oil Futures Enhanced ER 
โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ล้อไปตามดัชนีอ้างอิงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้มากที่สุด
ซึ่งน้ำมันดิบในโลกใบนี้ ก็มีตลาดซื้อขายน้ำมันดิบขนาดใหญ่ ที่มักถูกใช้อ้างอิงราคาซื้อขายกัน 3 แห่ง คือ
1. ตลาด West Texas Intermediate (WTI) 
มีแหล่งผลิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และซื้อขายกันที่ตลาด New York Mercantile Exchange ที่นิวยอร์ก
2. ตลาด Brent 
มีแหล่งผลิตอยู่ในแถบทะเลเหนือของยุโรป ซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์ Intercontinental Exchange ของลอนดอน
3. ตลาด Dubai 
มีแหล่งผลิตในตะวันออกกลาง และซื้อขายกันในตลาด Dubai Mercantile Exchange
ซึ่งกองทุนที่ DR OIL03 อ้างอิงอยู่ จะใช้ดัชนีอ้างอิงคือ ดัชนี S&P GSCI Crude Oil Enhanced Index Excess Return ที่สะท้อนผลตอบแทนการลงทุนฟิวเจอร์สน้ำมัน WTI
แล้วลงทุนด้วยการนำเงินไปซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์สของน้ำมันดิบ WTI ให้ล้อไปกับดัชนีอ้างอิงนั้น
โดยราคาน้ำมันในตลาด WTI ถูกใช้เป็นราคาอ้างอิงราคาน้ำมันที่จะถูกส่งมาขายที่ทวีปเอเชีย รวมถึงไทยด้วย
นอกจากนี้แม้ราคาน้ำมันที่ถูกซื้อขายกันในทั้ง 3 ตลาด จะมีราคาต่างกันเล็กน้อย
แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่กระทบกับกำลังการผลิตน้ำมันในตลาดโลก เช่น ข่าวสงคราม ก็จะทำให้ราคาน้ำมันในทั้ง 3 ตลาดพุ่งขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน
ตรงจุดนี้เอง ที่ทำให้ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อมีข่าวความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน กับสหรัฐอเมริกา แม้ WTI จะมีแหล่งผลิตอยู่ในสหรัฐอเมริกาก็ตาม
ดังนั้นแล้ว หากมีข่าวสงครามที่ส่งผลกระทบกับกำลังการผลิตน้ำมัน ก็จะทำให้ราคาหน่วย DR ของ OIL03 ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลกไปด้วย
แต่ถ้าสงครามเกิดคลี่คลายลงได้แล้ว ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็จะมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และราคาหน่วย DR ของ OIL03 ก็จะปรับตัวลดลงเช่นกัน
เพราะฉะนั้น ถ้าเราจะลงทุนใน DR ตัวนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต ก็ไม่ควรถือยาว เนื่องจากราคาน้ำมันมักจะขึ้นลงเป็นวัฏจักร
แต่ก็ต้องหมายเหตุเอาไว้ว่า ราคาหน่วยของ OIL03 จะไม่ได้ขึ้นลงตามดัชนีอ้างอิงราคาน้ำมันดิบ WTI แบบเป๊ะ ๆ เพราะ 2 เหตุผลหลัก คือ
1. กองทุน Global X S&P Crude Oil Futures Enhanced ER ซึ่งเป็นกองทุนปลายทางของ OIL03 นำเงินไปลงทุนในตราสารอนุพันธ์อย่างสัญญาฟิวเจอร์ส
นอกจากนี้ทางกองทุน ETF ยังมีการถือเงินสดบางส่วน ไม่ได้นำเงินไปลงทุนทั้งหมด ทำให้ผลตอบแทนของกองทุน ETF จะไม่เท่ากับดัชนีอ้างอิงแบบเป๊ะ ๆ
โดยเราสามารถดู Tracking Error ใน Factsheet ของกองทุน ETF ได้ว่าผลตอบแทนของกองทุนคาดเคลื่อนจากผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิงไปมากแค่ไหน
ซึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กองทุน Global X S&P Crude Oil Futures มี Tracking Error อยู่ที่ 0.58%
ก็หมายความว่า หน่วยลงทุนของกองทุนนี้สามารถขึ้นหรือลงได้มากกว่าดัชนีอ้างอิง 0.58%
2. ราคาหน่วย DR ของ OIL03 ซื้อขายเป็นบาท ขณะที่หน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางอย่าง Global X ถูกซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง
ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาท กับเงินดอลลาร์ฮ่องกง ส่งผลโดยตรงต่อผลตอบแทนการลงทุน ให้คลาดเคลื่อนไปจากดัชนีอ้างอิงได้
เช่น ถ้าเงินบาทแข็งค่า ก็จะทำให้ผลตอบแทนของ OIL03 น้อยกว่าผลตอบแทนของกองทุน ETF ต้นทางอย่าง Global X ได้
แต่หากค่าเงินบาทอ่อนค่า ก็จะทำให้ผลตอบแทนของ OIL03 มากกว่าผลตอบแทนของกองทุน Global X
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีข่าวสงครามที่รุนแรงอย่างเช่นที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ ก็มักจะทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง
ผลตอบแทนของ DR อย่าง OIL03 กับผลตอบแทนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จึงแทบจะไม่แตกต่างกันมากนัก
สรุปก็คือ แทนที่เราจะเสียเวลาขับรถ ออกไปต่อคิวเติมน้ำมัน เพราะกลัวว่าราคาน้ำมันจะแพงขึ้นไปอีก เราก็อาจจะหันมาซื้อ OIL03 ในตลาดหุ้นแทน
เพื่อที่กำไรที่ทำได้ จะทำให้เราไม่ต้องร้อนใจ ว่าจะไม่มีเงินไว้เติมน้ำมัน เมื่อราคาแพงขึ้นนั่นเอง..
หมายเหตุ : บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน ก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
#ลงทุน
#DR
#หุ้นไทย
References
© 2026 MONEY LAB. All rights reserved. Privacy Policy.