
สรุปวิธี เปลี่ยนกองทุนฝาแฝด JEPQ ที่ไม่จ่ายปันผล ให้สร้างกระแสเงินสดทุกเดือน แบบไม่เสียภาษีเงินปันผลและหุ้นนอก
13 มี.ค. 2026
นักลงทุนหุ้นนอกสายล่าเงินปันผล น่าจะคุ้นเคยกับกองทุน ETF ที่มีตัวย่อว่า JEPQ กันเป็นอย่างดี
เพราะกองทุนนี้จ่ายปันผลเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 10% และจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนทุกเดือน
แต่รู้ไหมว่า กองทุนนี้มีกองทุนฝาแฝด ที่มีกลยุทธ์การลงทุนคล้ายกัน เพียงแค่ว่ากองทุนนี้จะไม่มีการจ่ายปันผลมาให้เรา แต่จะเก็บเงินไว้ลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนทบต้นให้เราเรื่อย ๆ
กองทุนฝาแฝดที่ว่าก็คือ JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF หรือ JEQA
ที่น่าสนใจก็คือเราสามารถลงทุนใน ETF ตัวนี้ผ่านกองทุนในไทย ไม่ต้องปวดหัวกับภาษีหุ้นนอก เวลาที่เราอยากขายทำกำไร
แล้วถ้าอยากรู้ว่ากองทุนนี้ลงทุนอย่างไร ? แล้ววิธีไหนที่จะทำให้เราสร้างกระแสเงินสดทุกเดือนจากกองทุนที่ไม่จ่ายปันผลแบบนี้ โดยไม่เสียภาษี ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
กองทุน JPMorgan ETFs (Ireland) ICAV - Nasdaq Equity Premium Income Active UCITS ETF หรือ JEQA เป็นกองทุน ETF ที่บริหารจัดการโดยสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง JP Morgan
กองทุนนี้มีนโยบายการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้น หรือ Capital Gains Yield จากการลงทุนในหุ้นรายตัว ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในดัชนี Nasdaq 100
ขณะเดียวกันทางกองทุนก็ต้องการสร้างกระแสเงินสดรายเดือน เพื่อเป็นผลตอบแทนอีกทางหนึ่งด้วย
ปัญหาก็คือ หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนี Nasdaq 100 ที่ทางกองทุนถืออยู่นั้น คือหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่กำลังเติบโต จึงมักจะยังไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลคืนให้ผู้ถือหุ้น เพราะบริษัทต้องเอาเงินไปลงทุนต่อ
ทางกองทุน JEQA เลยต้องใช้ตราสารอนุพันธ์อย่าง Call Options เข้ามาช่วยสร้างกระแสเงินสดเป็นรายเดือนให้ไหลเข้ามาในกองทุนเรื่อย ๆ
สำหรับใครที่ยังไม่รู้จัก Call Options อธิบายง่าย ๆ แบบนี้ว่า..
Call Options คือสิทธิในการ “ซื้อ” หุ้นที่ราคาที่กำหนดไว้ (Strike Price) โดยเราจะซื้อ Call Options เมื่อเราเชื่อว่าราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นในอนาคต
เราจึงซื้อสิทธิในการ “ซื้อ” หุ้นในราคาที่กำหนดเอาไว้ก่อน
แต่หากราคาหุ้นไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่เราคิด เราก็เสียแค่ “ค่าพรีเมียม” ในการซื้อ Call Options ซึ่งจะมีต้นทุนที่ถูกกว่าการซื้อหุ้นโดยตรง
โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นผู้ซื้อ หรือผู้ขาย Options ซึ่งสำหรับผู้ขาย Call Options จะได้รับค่าพรีเมียมเป็นผลตอบแทนในการขาย Options
แต่จะขาดทุน หากราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นไปมากกว่าราคา Strike Price
ซึ่งทางกองทุน JEQA ก็จะทำการขาย Call Options ของ Nasdaq 100 Index ซึ่งเป็นดัชนีหุ้น 100 ตัวแรกของตลาด Nasdaq
โดยทางกองทุน JEQA จะได้รับกระแสเงินสดจากการขาย Call Options มาทันที
และถ้าหากดัชนี Nasdaq 100 ไม่ขึ้นไปสูงกว่า Strike Price ในช่วงอายุสัญญา Call Options ที่กองทุนขาย กองทุนก็จะได้รับเงินไป
แต่หากดัชนี Nasdaq 100 ขึ้นไปสูงกว่า Strike Price กำไรจากหุ้นที่ตัวเองถือ ก็จะชดเชยกับสถานะที่ขาดทุนจากการขาย Call Options
อย่างไรก็ตาม เมื่อดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ก็มีแนวโน้มว่าหุ้นที่ทางกองทุนถือจะมีกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นด้วย
เพราะการขายหุ้น เพื่อนำเงินไปหักล้างกับสถานะที่ขาดทุนจากการขาย Call Options ก็เหมือนกับเป็นจังหวะที่ทางกองทุนสามารถรับรู้ผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาหุ้นไปด้วย
พูดง่าย ๆ ผลตอบแทนของกองทุน JEQA ก็คือ
ผลตอบแทน = กำไร/ขาดทุนจากหุ้นในกองทุน + กำไร/ขาดทุนจากสถานะขาย Call
ทำให้สรุปแล้ว การเคลื่อนไหวของผลตอบแทนจากกองทุนนี้ เมื่อเทียบกับดัชนี Nasdaq 100 ก็คือ
- ถ้าดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวเพิ่มขึ้น
กองทุนนี้จะยังทำผลตอบแทนที่เป็นบวกได้ แต่อาจจะบวกน้อยกว่าดัชนี
จากราคาหุ้นที่กองทุนถือไว้เพิ่มขึ้น จนสามารถขายทำกำไรได้ แต่ก็ต้องนำกำไรส่วนหนึ่งไปหักลบการขาดทุนของสถานะขาย Call
- ถ้าดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวลง
กองทุนนี้ก็จะขาดทุนน้อยกว่าดัชนี เพราะกองทุนได้กินค่าพรีเมียมจากการขาย Call Options ไปแบบฟรี ๆ
ชดเชยกับราคาหุ้นที่กองทุนถือไว้ปรับตัวลง ตัวกองทุนเลยจะดูไม่ขาดทุนมาก
แต่สภาพตลาดที่กองทุนนี้ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุด ก็คือช่วงที่ดัชนี Nasdaq 100 เหวี่ยงขึ้นลงเล็กน้อยในกรอบแคบ ๆ หรือที่ภาษานักลงทุนเรียกว่า Sideway
เพราะราคาหุ้นที่กองทุนถือจะแทบไม่ขยับ ทำให้ได้รับค่าพรีเมียมแทบจะเต็มเม็ดเต็มหน่วย
โดยไม่มีการขาดทุนจากสถานะ Call Options และการขาดทุนจากหุ้นที่ถืออยู่มาหักลบ
แต่แทนที่กองทุน JEQA จะนำกระแสเงินสดที่ได้จากการขาย Call Options มาจ่ายปันผลให้นักลงทุนทุกเดือนเหมือน JEPQ
กองทุนนี้กลับเก็บกระแสเงินสดเหล่านั้นไว้เอง เพื่อนำไปซื้อหุ้นเพิ่มขึ้น เมื่อมีหุ้นเป็นหลักประกันเพิ่มขึ้น ทางกองทุนก็สามารถขาย Call Options ได้มากขึ้น และได้รับกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น เป็นวงจรแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
ข้อดีของการทำแบบนี้คือ กองทุนจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากทางกองทุนสามารถบริหารความเสี่ยงจากการขาย Call Options ได้ดี
แต่ข้อเสียก็คือ นักลงทุนจะไม่ได้รับเงินปันผลเป็นรายเดือน เหมือนการลงทุนใน JEPQ นั่นเอง
ข่าวดีก็คือทาง บลจ.ทาลิส ได้ออกกองทุน TLNDQINCOME-UH-X และ TLNDQINCOME-H-X เพื่อให้คนไทยลงทุนใน JEQA ได้ง่าย ๆ ผ่านกองทุนรวมในไทย ไม่ต้องเสียภาษีหุ้นนอก
โดยกองทุน TLNDQINCOME-UH-X คือกองทุนที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับใครที่ไม่ห่วงว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะกระทบกับผลตอบแทน ก็สามารถซื้อกองทุนนี้ได้เลย
แต่ถ้าใครกังวลว่าเงินบาทที่แข็งค่า อาจทำให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนน้อยลง ก็สามารถซื้อกองทุน TLNDQINCOME-H-X ที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้เหมือนกัน
โดยกองทุนนี้จะซื้อได้เฉพาะในแอปพลิเคชัน WealthX เท่านั้น
สนใจดาวน์โหลดแอปได้ที่ https://www.wealthx.co/getapp
ซึ่งในแอป WealthX จะมีฟังก์ชัน YIELDTECH™ ที่เป็นระบบขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติทุกเดือน เพื่อเปลี่ยนกองทุนที่ไม่จ่ายปันผลอย่าง JEQA ให้กลายเป็นเครื่องจักรผลิตเงินสดให้เรา
โดยเราสามารถกำหนดเงื่อนไขการขายหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติได้ 2 รูปแบบคือ
1. รับเงินสดคงที่ แบบยอมให้กินทุนของเราได้
โดยเราสามารถเลือกได้ว่าอยากได้กระแสเงินสดเดือนละเท่าไร ระบบจะทำการขายหน่วยลงทุนตามจำนวนที่กำหนดทุกเดือน
เหมาะกับคนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ โดยที่ไม่ได้ห่วงว่าการขายหน่วยลงทุนจะกินทุนของเราไปด้วย
2. กำหนดให้ขายเฉพาะส่วนที่เป็นกำไร
ระบบจะคำนวณและขายคืนหน่วยลงทุนเฉพาะในส่วนที่เป็นกำไรของเรา
วิธีนี้เราอาจจะได้กระแสเงินสดแต่ละเดือนมากน้อย ต่างกันไปตามกำไรที่เรามี หรือบางเดือนก็อาจจะไม่ได้เลย หากเรายังขาดทุนอยู่
แต่อย่างน้อยวิธีนี้ ก็จะทำให้เรามั่นใจได้ว่า เราจะไม่ขายหน่วยลงทุนแบบขาดทุน
ซึ่งตามกฎหมายไทย ผลตอบแทนจากการขายหน่วยลงทุน จะได้รับการยกเว้นภาษี 100%
จะเห็นได้ว่า เมื่อเรารวมจุดเด่นด้านกลยุทธ์การลงทุนของกองทุน JEQA เข้ากับฟีเชอร์เด็ดอย่าง YIELDTECH™ ในแอป WealthX
จะทำให้เราได้อาวุธการลงทุนที่ทรงพลัง ที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้สร้างผลตอบแทนทบต้นไปเรื่อย ๆ หรือเปลี่ยนให้เป็นเครื่องจักรผลิตเงินสด
โดยที่เราไม่ต้องปวดหัวเรื่องภาษีเงินปันผลของสหรัฐฯ ที่คิดในอัตรา 15% และภาษีกำไรจากการลงทุนหุ้นต่างประเทศเลย..
คำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศ
กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน บริษัทอาจมีความสัมพันธ์หรือความเกี่ยวข้องกับผู้ออกหรือผู้จัดการกองทุนที่ปรากฏในเนื้อหานี้
#ลงทุน
#กองทุน
#JEQA
References