3 จุดตาย ที่คนทำธุรกิจต้องรู้ เพื่อไม่ให้ธุรกิจตายก่อนโต

3 จุดตาย ที่คนทำธุรกิจต้องรู้ เพื่อไม่ให้ธุรกิจตายก่อนโต

26 ก.พ. 2026
ทุก ๆ ร้านเล็ก ๆ ข้างทางที่เราเดินผ่าน 4 ร้าน จะมี 1 ร้านที่กำลังขาดทุนอยู่
นี่เป็นข้อมูลการวิจัย SME จากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ในปี 2568 ที่ผ่านมา 
และรู้หรือไม่ว่า ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมานี้ จำนวนธุรกิจ SME ที่ปิดกิจการก็เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 7% ด้วย
ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้ SME ไม่สามารถอยู่รอดได้ในระยะยาวนั้นก็มักจะมีอยู่ 3 เหตุผลด้วยกัน
แล้ว 3 จุดตายที่ว่านี้คืออะไร และจะมีวิธีป้องกันอย่างไร ไม่ให้ธุรกิจที่เรากำลังทำอยู่ เป็นหนึ่งในตัวเลขเหล่านั้น ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
1. ปัญหาสภาพคล่อง
“อีกไม่กี่วัน จะต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานแล้ว บริษัทยังมีเงินสดในบัญชีไม่พอจ่ายเลย ต้องรีบตามเก็บหนี้จากลูกหนี้การค้าให้ทัน”
มีเจ้าของกิจการ SME จำนวนไม่น้อย ที่ยังต้องปวดหัวทุกครั้ง ในช่วงที่บริษัทต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน
ซึ่งนอกจากเงินเดือนพนักงานแล้ว ค่าใช้จ่ายของธุรกิจยังมี ค่าน้ำ ค่าไฟ ในการดำเนินธุรกิจ และค่าวัตถุดิบที่ต้องจ่ายให้ซัปพลายเออร์
ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นประจำเหล่านี้ ในทางการเงิน เรียกว่า Working Capital หรือเงินทุนหมุนเวียนของกิจการ
การที่ธุรกิจของเรามีเงินสดในบัญชีไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ ก็แปลว่า บริษัทไม่มีเงินสดสำรองไว้ให้เพียงพอเป็นเงินทุนหมุนเวียนกิจการ
ซึ่งตามปกติแล้ว บริษัทจะมีแหล่งเงินทุนไว้ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการอยู่ 2 รูปแบบ คือ
- เงินสดสำรองในบริษัท
- เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เช่น วงเงินเบิกเกินบัญชีระยะสั้น หรือ OD และตั๋วสัญญาใช้เงิน
อีกสาเหตุหนึ่งที่ SME หลายแห่งมีปัญหาสภาพคล่องก็คือ การมีวงจรเงินสดที่ยาวจนเกินไป เช่น ให้เครดิตเทอมกับลูกหนี้การค้านานเกินไป หรือต้องจ่ายเงินให้เจ้าหนี้การค้าเร็วเกินไป
ดังนั้นแล้ววิธีแก้ไขปัญหาในระยะยาว ก็คือการเจรจากับลูกหนี้การค้าให้จ่ายเงินสดเร็วขึ้น และเจรจากับเจ้าหนี้การค้าเพื่อยืดวันชำระเงินให้นานขึ้น
ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะสั้น ให้ลองสำรวจดูว่าธุรกิจของเราสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินได้หรือไม่ 
ซึ่งหากธุรกิจของเราใช้วงเงิน OD จนเต็มแล้ว หรือไม่สามารถขอสินเชื่อระยะสั้นจากธนาคารได้ ให้ลองขายลูกหนี้การค้าแบบมีส่วนลด หรือ Invoice Factoring กับสถาบันการเงิน
ซึ่งธนาคารก็จะนำใบเรียกเก็บเงินนี้ ไปทวงหนี้กับลูกหนี้การค้าของเรา ส่วนเราจะได้รับเงินสดมาทันที แต่จะได้รับมาแบบไม่เต็มจำนวน
เช่น หากเรามีลูกหนี้การค้าที่ค้างชำระกับเราอยู่ 1,000,000 บาท เราสามารถขายใบเรียกเก็บเงินให้กับสถาบันการเงินได้ 80-90% ของมูลค่าลูกหนี้ หรือก็คือ 800,000-900,000 บาท
2. ปัญหา Key Man Risk หรือการพึ่งพาผู้บริหารคนใดคนหนึ่งมากเกินไป
“เจ้าของกิจการไม่มีวันลาพักร้อน เพราะถ้าเราไม่อยู่แม้แต่วันเดียว ธุรกิจก็เดินต่อไม่ได้”
ผู้ประกอบการ SME หลายคนมักจะต้องลงไปดูแลธุรกิจหน้างาน คอยแก้ไขปัญหาทั้งหมดอยู่ตลอดเวลา 
ซึ่งเรื่องนี้นอกจากจะทำให้เจ้าของธุรกิจเหนื่อยแล้ว ยังทำให้ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องกลยุทธ์ พาธุรกิจให้เติบโตใหญ่ขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
โดยหลายธุรกิจ มักจะมีพนักงานหลายฝ่ายทำงานด้วยกัน เช่น ฝ่ายการผลิต ฝ่ายการขายและการตลาด ฝ่ายบัญชีการเงิน หรือฝ่ายทรัพยากรบุคคล
ดังนั้นเจ้าของธุรกิจ SME จึงควรจัดโครงสร้างองค์กรให้เป็นระเบียบตั้งแต่เนิ่น ๆ 
ด้วยการจัดตั้งแผนกแต่ละแผนกขึ้นมา จากนั้นก็แต่งตั้งหัวหน้าแผนกแต่ละแผนกขึ้นมาควบคุมการทำงานของแต่ละแผนก
เมื่อมีหัวหน้าแผนก ซึ่งเปรียบได้กับผู้บริหารระดับต้นแล้ว ก็ต้องแต่งตั้งผู้บริหารระดับกลาง ทำหน้าที่เป็น MD คอยดูแลการทำงานในภาพรวมของทุกแผนกด้วย
ส่วนเจ้าของธุรกิจ ควรทำหน้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูง หรือ CEO คอยดูแลเรื่องกลยุทธ์ธุรกิจ กำหนดทิศทางว่าบริษัทจะเติบโตอย่างไร
อีกทั้งยังต้องวางแผนสืบทอดกิจการ หรือที่เรียกว่า Succession Plan เมื่อมีอายุได้ประมาณหนึ่ง 
รวมถึงอาจพิจารณา ทำประกันชีวิตประเภท Key Man Insurance ไว้ ถ้าหากธุรกิจเริ่มใหญ่ประมาณหนึ่งแล้ว เพื่อที่เวลาเราจากไปกะทันหัน อย่างน้อยบริษัทก็จะได้มีเงินไปจ้างผู้บริหารเก่ง ๆ เข้ามา
3. พนักงานเฉื่อยแฉะ ทำงานไปวัน ๆ
หลายครั้งเรามักจะได้ยินเจ้าของกิจการบ่นว่า “พนักงานอยากได้เงินเดือนสูง แต่ไม่อยากทำงานหนัก หรือไม่ได้คิดแบบเจ้าของกิจการ”
รู้ไหมว่าปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจ่ายโบนัส
ด้วยการกำหนด KPI ให้ชัดเจนว่าพนักงานต้องมีผลสัมฤทธิ์อย่างไรบ้าง จึงจะได้รับโบนัส
นอกจากการเขียน KPI ให้ชัดเจนแล้ว การให้โบนัสก็อาจจะเปลี่ยนจาก “เงินสด” ให้กลายเป็น “หุ้นสำหรับพนักงาน” หรือ Employee Stock Ownership Plan (ESOP)
ข้อดีของการเปลี่ยนโบนัสเป็นหุ้นก็คือ พนักงานจะได้รับผลประโยชน์ทั้งเงินปันผลในแต่ละปี และมูลค่าหุ้นที่จะเพิ่มขึ้น ถ้าหากเรานำธุรกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ ตราบใดที่พนักงานยังคงถือหุ้นอยู่
ทำให้ผลประโยชน์ของพนักงาน สอดคล้องกับผลประกอบการและการเติบโตของบริษัทมากขึ้น และเป็นการรักษาพนักงานเก่ง ๆ ให้อยู่กับบริษัทนาน ๆ 
ส่วนบริษัทก็จะมีสภาพคล่องดีขึ้นด้วย เพราะการจ่ายหุ้นเป็นโบนัสแทนเงินสด ทำให้บริษัทไม่ต้องสำรองเงินสดก้อนโตไว้จ่ายเป็นโบนัส
นอกจากนี้การจ่ายหุ้นเป็นโบนัส ก็ยังถือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ที่บริษัทสามารถใช้ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ด้วย
และนี่ก็คือ 3 จุดตายที่ผู้ประกอบการ SME มักจะตกม้าตายกัน
ในโลกแห่งความเป็นจริง มีบริษัทมากมายที่มีสินค้าและบริการที่มีคุณภาพดีกว่าคู่แข่งที่เป็นเจ้าตลาด
แต่สุดท้ายก็ต้องปิดกิจการ หายไปแบบเงียบ ๆ เพราะความผิดพลาดในการบริหารกิจการใน 3 ข้อนี้
แต่ถ้าเราแก้ปัญหา 3 จุดตายที่ว่านี้ ตามที่บทความนี้ได้เสนอแนวทางแก้ไขไว้เบื้องต้นแล้ว
แม้จะไม่ได้การันตีว่าเราจะกลายเป็นบริษัทยิ่งใหญ่ ได้เป็นเจ้าตลาด 
แต่เราจะลดโอกาสในการเจอข้อผิดพลาดเหล่านี้ และจะสามารถรักษากิจการให้อยู่ได้อย่างยาวนานแน่นอน..
#ธุรกิจ
#โมเดลธุรกิจ
#SME
References
© 2026 MONEY LAB. All rights reserved. Privacy Policy.