
นิทานการลงทุน บทเรียนเรื่องความโลภ จากกษัตริย์ที่จับอะไรก็เป็นทองคำ
20 ม.ค. 2026
“Midas Touch”
สำนวนภาษาอังกฤษ ที่ใช้เรียกคนที่ไม่ว่าจะลงทุนอะไร ก็มักจะได้กำไรอยู่เสมอ ซึ่งคล้ายกันกับสำนวนไทยที่ว่า “จับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง” อย่างน่าประหลาด
คำคำนี้มีที่มาจากตำนานกรีกโบราณที่เล่าขานเกี่ยวกับกษัตริย์ชื่อ ไมดาส ที่ได้รับพรจากเทพเจ้าว่า ไม่ว่าจะใช้มือจับอะไร ของสิ่งนั้นก็จะกลายเป็นทองคำ
หากมองอย่างผิวเผิน ใครก็ตามที่ได้รับคำชมแบบนี้ อาจจะดีใจจนตัวลอย
แต่ถ้าได้ฟังเรื่องราวของกษัตริย์ไมดาสแบบเต็ม ๆ แล้ว ก็อาจจะต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่..
แล้วเรื่องราวของกษัตริย์ไมดาส เป็นอย่างไร ? นักลงทุนสามารถเรียนรู้อะไรจากตำนานนี้ได้บ้าง ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
กาลครั้งหนึ่ง มีกษัตริย์นามว่า “กษัตริย์ไมดาส” กำลังนั่งนับทองคำอยู่ในท้องพระคลังอันกว้างใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยทองคำกองเท่าภูเขา
เขาเป็นผู้ปกครองเมืองไฟร์เกีย ศูนย์กลางการค้าขาย จึงทำให้เมืองแห่งนี้และผู้ปกครองอย่างกษัตริย์ไมดาสร่ำรวยเป็นอย่างมาก
เขามีความหลงใหลในทองคำและความมั่งคั่ง ถึงขั้นที่ในทุก ๆ วัน เขาจะเข้ามาในท้องพระคลัง แล้วใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งนับทองคำทั้งหมดที่ตัวเองมีอยู่
ซึ่งนอกจากกษัตริย์ผู้นี้จะหลงใหลในทองคำแล้ว ยังมีอีก 2 สิ่งที่เขารักและหวงแหนไม่แพ้กันก็คือ ลูกสาวของเขา และดอกกุหลาบ
กษัตริย์ไมดาส ถึงขนาดสร้างสวนกุหลาบขนาดใหญ่ไว้ข้าง ๆ พระราชวัง เพื่อสร้างเป็นสวนเอาไว้เดินเล่นกับลูกสาวของพระองค์
วันหนึ่งในขณะที่เขากำลังเดินเล่นในสวนกุหลาบข้างพระราชวัง เขาได้พบเจอกับชายแก่คนหนึ่งที่กำลังนอนหมดสติอยู่
ชายแก่คนนั้นคือ “ซีเลนัส” ผู้ติดตามของเทพไดโอไนซุส เทพเจ้าแห่งไวน์และการเฉลิมฉลอง ที่พลัดหลงกับเทพไดโอไนซุส และสลบไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
กษัตริย์ไมดาสได้เข้าช่วยเหลือซีเลนัสทันที โดยการพาซีเลนัสเข้ามาพักผ่อน และรับประทานอาหารในพระราชวังของพระองค์
เมื่อซีเลนัสกลับไปหาเทพไดโอไนซุส เขาก็ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เทพไดโอไนซุสฟัง
เทพไดโอไนซุสซาบซึ้งในน้ำใจของกษัตริย์ไมดาสมาก จึงอนุญาตให้กษัตริย์ไมดาสขอพรได้ 1 ข้อ
กษัตริย์ไมดาสที่หลงใหลในทองคำอยู่แล้ว ก็ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า เขาอยากให้ทุกสิ่งที่เขาสัมผัสกลายเป็นทองคำ
เทพไดโอไนซุส ได้กล่าวเตือนว่า พรข้อนี้จะนำมาซึ่งความทุกข์ยากให้พระองค์ แต่ด้วยความโลภจนหน้ามืด ทำให้กษัตริย์ไมดาสยังคงยืนกรานว่าจะขอพรข้อนี้
พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้น กษัตริย์ไมดาสตื่นมาด้วยความตื่นเต้น เพราะวันนี้จะเป็นวันที่พรจากเทพไดโอไนซุสเริ่มทำงาน
เขาทดลองจับเตียง จับเก้าอี้ จับประตู แล้วทุกสิ่งที่เขาจับก็กลายเป็นทองคำ
กษัตริย์ไมดาสดีใจมาก เขาลงมารับประทานอาหารเช้า แต่พอเขาจับขนมปังเข้าปาก ฟันเขาก็หัก เพราะขนมปังที่เขากัด มันกลายเป็นทองคำไปแล้ว
สิ่งเดียวที่เขาทานได้บนโต๊ะอาหารคือไวน์ เพราะเขาจับแก้ว ไม่ได้จับโดนน้ำ
ขณะที่กษัตริย์ไมดาสดื่มไวน์ไป พร้อมกับครุ่นคิดหาวิธีทานอาหารอยู่นั้น ลูกสาวของพระองค์ก็วิ่งมากอดพระองค์
แต่เมื่อสวมกอดลูกสาว พรจากเทพเจ้าก็ทำงาน เปลี่ยนให้ลูกสาวของเขากลายเป็นรูปปั้นทองคำไป
กษัตริย์ไมดาสประคองลูกสาวไว้ในอ้อมกอดด้วยความโศกเศร้า พร้อมกับได้สติว่า ต่อให้ทุกสิ่งบนโลกที่เขาจับกลายเป็นทองคำ เขาก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่มีลูกสาวของเขาได้อีกต่อไป
ตอนนี้เขาค้นพบแล้วว่าอะไรคือสมบัติล้ำค่าที่มีค่ามากกว่าทองคำ
เขาจึงอ้อนวอนขอให้เทพไดโอไนซุส ช่วยลบล้างพรข้อนี้ให้เขาหน่อย
เทพไดโอไนซุสรู้สึกสงสาร และรับรู้แล้วว่ากษัตริย์ไมดาสสำนึกตัวแล้วจริง ๆ
จึงแนะนำไปว่าให้กษัตริย์ไมดาสไปชำระล้างร่างกายที่แม่น้ำแพคโตลัส เพื่อให้พรวิเศษหายไป จากนั้นก็นำน้ำในแม่น้ำไปพรมบนทุกสิ่งที่พระองค์เคยสัมผัส
แล้วทุกสิ่งทุกอย่าง ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม กษัตริย์ไมดาสเข้าสวมกอดลูกสาวด้วยความสุข จากนั้นพระองค์ก็ตั้งใจบริจาคทรัพย์สินให้ประชาชนผู้ยากไร้ของพระองค์
ตำนานกษัตริย์ไมดาส จึงไม่ใช่แค่ที่มาของสำนวนภาษาอังกฤษ ที่มักใช้กันในแวดวงการเงิน การลงทุนเท่านั้น
แต่ยังเป็นเรื่องราวที่ช่วยเตือนใจให้กับนักธุรกิจ และนักลงทุนด้วยว่า ความโลภที่มากจนเกินไป ก็อาจจะทำให้เราสูญเสียทุกสิ่งที่เรามีก็ได้ หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่เราคิด
โดยเฉพาะกับการกู้ยืมเงิน หรือใช้ Margin เพื่อเพิ่มพลังการลงทุนให้ได้กำไรมากขึ้น ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นดาบสองคม
หากการลงทุนไปได้ดี ก็จะได้กำไรเป็นจำนวนมาก แต่หากการลงทุนนั้นไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด การกู้ยืมเงินที่เกินตัว อาจจะทำให้เราสูญเสียทุกอย่างที่มีไปเลยก็ได้
นอกจากนี้เรื่องราวของกษัตริย์ไมดาส ก็ชี้ให้เราเห็นว่า ชีวิตคนเรายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่มีค่ามากกว่าเงินตรา นั่นก็คือสุขภาพ และการได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารัก
เพราะต่อให้เราจะมีทองคำกองเท่าภูเขาอยู่เต็มบ้าน แต่มันคงไม่ได้ทำให้เรามีความสุข ถ้าในบ้านหลังนั้นเราต้องอยู่อย่างอ้างว้างเพียงคนเดียว..
#ลงทุน
#หลักการลงทุน
#นิทานนักลงทุน
References