
Palmer Luckey อัจฉริยะนักประดิษฐ์ ผู้สร้างแว่น VR Oculus และบริษัท Anduril
15 ส.ค. 2025
เรื่องราวของอัจฉริยะอายุน้อย ที่สร้างสิ่งประดิษฐ์เจ๋ง ๆ ออกมาให้กับโลกใบนี้ ฟังดูแล้ว ก็น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนจำนวนไม่น้อยเลย
รู้หรือไม่ว่า เมื่อไม่กี่ปีก่อนก็มีเด็กหนุ่มอยู่คนหนึ่ง ที่รักการค้นคว้าทดลองเป็นชีวิตจิตใจ จนสร้างแว่น VR ที่โด่งดังไปทั่วโลก ขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง
เขาคนนี้ ก็คือคุณ Palmer Luckey ผู้กลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ได้ตั้งแต่อายุ 20 ปี
และยังเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทสตาร์ตอัปชื่อดังอย่าง Oculus VR และ Anduril Industries อีกด้วย
หากสงสัยว่า เรื่องราวของคุณ Palmer Luckey น่าสนใจอย่างไร และทำไม เขาถึงกลายมาเป็นมหาเศรษฐีได้เร็วขนาดนี้ ?
MONEY LAB จะย่อยเรื่องการเงิน การลงทุน ให้เข้าใจง่าย ๆ
คุณ Palmer เกิดปี 1992 ที่แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวัยเด็กเขาได้รับการศึกษาผ่านการเรียนแบบโฮมสกูลโดยมีคุณแม่เป็นคนดูแล
วิธีการเรียนแบบนี้ ได้พัฒนาให้เขากลายเป็นคนที่มีอิสระทางความคิด และได้เรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก
นับตั้งแต่เด็ก เขามีความสนใจในด้านวิศวกรรมศาสตร์ และสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เป็นอย่างมาก
จนถึงขนาดถอดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกมาดู เพื่อศึกษาโครงสร้างภายใน และพยายามประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ขึ้นมาด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ เขายังเป็นเกมเมอร์ตัวยง และเชื่อว่าเทคโนโลยีอย่างแว่น VR จะช่วยเติมเต็ม ให้เขาเชื่อมโยงกับโลกของเกม ได้มากขึ้น
แต่พอได้มองหาแว่น VR เพื่อจะเอามาใช้งาน เขากลับพบว่า แว่นที่มีอยู่ในตลาด ไม่มีสักอัน ที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้เลย
เพราะแว่นเหล่านี้หนักเกินไป ใส่แล้วเมื่อย แถมภาพก็หน่วงเกินไปทำให้เวียนหัว
ซึ่งประสบการณ์แบบนี้เอง คุณ Palmer ก็ไม่ได้รู้สึกอยู่เพียงลำพัง เพราะมีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก คิดแบบเดียวกับเขา
จึงทำให้เทคโนโลยีแว่น VR ในขณะนั้น ไม่ได้รับการยอมรับมากสักเท่าไรนัก
คุณ Palmer เข้าใจในจุดนี้ดี และเขามองว่า คนที่จะสร้างแว่นออกมาได้ดี ควรจะต้องเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ใช้งานมันจริง ๆ แบบเขา
ดังนั้น ในวัย 16 ปี คุณ Palmer จึงตัดสินใจที่จะก้าวเข้าสู่โลกของแว่น VR ด้วยการสร้างมันขึ้นมาเองเสียเลย..
ในที่สุด หลังจากผ่านการลองผิดลองถูก และประดิษฐ์แว่นรุ่นต้นแบบออกมาหลายรุ่น ตอนอายุ 18 ปี เขาก็สร้างแว่น VR ในแบบที่เขาพอใจได้สำเร็จ
โดยแว่นรุ่นนี้คือรุ่นที่ 6 เขาตั้งชื่อว่า “Oculus Rift..”
เขาได้ส่งแว่นรุ่นนี้ไปให้คุณ John Carmack ผู้สร้างเกมในตำนานอย่าง Doom ทดลองใช้ดู
คุณ John ผู้มีความสนใจในเทคโนโลยี VR อยู่ก่อนแล้ว พอได้ลองใช้ ก็ชอบเป็นอย่างมาก จึงได้นำแว่นรุ่นนี้ ไปโชว์ในงานจริง ๆ ทำให้มีคนสนใจในตัวแว่นรุ่นนี้ เกิดเป็นกระแสที่โด่งดังมาก
ถึงจุดนี้ หากจะบอกว่า การสร้างแว่น Oculus Rift ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของคุณ Palmer ก็คงจะไม่เกินจริงนัก
เพราะเขาได้เลือกต่อยอดสิ่งประดิษฐ์นี้ ให้กลายมาเป็นธุรกิจจริง ผ่านการขอระดมทุนจากแพลตฟอร์มระดมทุนชื่อดังอย่าง Kickstarter
ในตอนแรกเขาต้องการเงินทุนแค่ 8,000,000 บาท แต่ผลตอบรับกลับดีเกินคาด ทำให้เขาสามารถระดมเงินได้ถึง 78,000,000 บาท..
พอทำธุรกิจ “Oculus VR” มาได้แค่ 2 ปี บริษัทนี้ก็ถูกซื้อไปโดย Meta Platforms ที่ตอนนั้นยังใช้ชื่อว่า Facebook อยู่ เป็นมูลค่าสูงถึง 65,000 ล้านบาท
โดยคุณ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Meta Platforms ก็เป็นหนึ่งในแฟนตัวยงของ Oculus Rift ด้วย
แถมคุณ Mark เอง ก็มีความเชื่อว่า VR จะเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่จะมาช่วยเขาสร้างโลกแบบ Metaverse ได้
ดังนั้น การได้ Oculus VR เข้ามา จึงถือเป็นจิกซอว์ชิ้นแรก ในการพา Facebook เข้าสู่โลก Metaverse นั่นเอง
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ นอกจากจะส่งผลให้ คุณ Palmer ในวัยแค่ 20 ปี กลายมาเป็นมหาเศรษฐีอายุน้อยแล้ว เขายังได้กลายมาเป็น หัวหน้าทีมด้าน VR ที่ Facebook อีกด้วย
ถึงตรงนี้ หากเราลองไล่เรียงไทม์ไลน์ชีวิตของคุณ Palmer ก็ฟังดูเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มากเลย
- เกิดมาเป็นนักประดิษฐ์ ได้ทำสิ่งที่ชอบตั้งแต่เด็ก
- อายุ 16 ปี เริ่มต้นประดิษฐ์แว่น VR
- อายุ 18 ปี สิ่งประดิษฐ์ของตัวเอง โด่งดังไปทั่วโลก
- อายุ 20 ปี หลังจากเริ่มต้นธุรกิจได้ไม่นาน ก็สามารถขายบริษัท ได้เงินมาหลายหมื่นล้านบาท
ชีวิตของคุณ Palmer ก็น่าจะได้ดำเนินต่อไปอย่างเรียบง่าย คือมุ่งพัฒนาแว่น VR ให้ดีขึ้น สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อทำให้มนุษยชาติ เข้าสู่โลก Metaverse ได้
และในวันนี้ เขาก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของบริษัท Meta Platforms
แต่หลังจากบริษัทถูกซื้อไปแค่ 3 ปี เขาก็โดนไล่ออก..
เพราะคุณ Palmer ได้ให้เงินบริจาคจำนวน 290,000 บาท แก่กลุ่มการเมืองที่สนับสนุนคุณ Trump ในการทำแคมเปญล้อเลียนคุณ Clinton
พอเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกมา ก็มีคนออกมาวิจารณ์เป็นจำนวนมาก และกดดันให้ทาง Facebook ต้องรับผิดชอบ
สุดท้าย ในตอนต้นปี 2017 คุณ Palmer ก็ต้องจำใจ เดินออกมาจาก Facebook
แม้ความฝันหนึ่งจะจบลง แต่คุณ Palmer ก็ไม่ได้ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เพราะเขายังมีความฝันอื่น ที่อยากจะทำให้สำเร็จ อยู่เหมือนกัน
โดยในปีเดียวกันนั้น เขากับเพื่อน ๆ ก็ได้รวมตัวกัน ก่อตั้งบริษัท Anduril Industries ขึ้น
จุดเริ่มต้นของ Anduril มาจากหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งอย่างคุณ Trae Stephens ซึ่งเป็นพนักงานยุคแรกของบริษัท Palantir Technologies
ก่อนที่ต่อมา ในปี 2014 เขาจะถูกคุณ Peter Thiel ดึงให้มาทำงานร่วมกันที่กองทุน VC ของคุณ Thiel ชื่อว่า Founders Fund
ที่นี่เอง คุณ Trae ต้องคอยมองหาดีลการลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัปเจ๋ง ๆ ที่จะเปลี่ยนโลก ซึ่งเขาเองก็พยายามมองหาบริษัทเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ที่จะเจ๋งไม่แพ้ Palantir เลย
แต่เขากลับไม่เจอสักบริษัทที่เข้าตา..
เขาได้นำเรื่องนี้ ไปปรึกษากับคุณ Palmer และชักชวนให้มาสร้างบริษัทในฝันร่วมกัน
คุณ Palmer ในเวลานั้นกำลังง่วนกับการพัฒนาเทคโนโลยี VR อยู่ที่ Facebook จึงได้ปฏิเสธไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากโดนไล่ออกมาจาก Facebook พร้อมกับได้พบความจริงว่า เทคโนโลยีการทหารของประเทศสหรัฐอเมริกา ล้าหลังกว่าบริษัทเทคโนโลยี ที่ตั้งอยู่ในซิลิคอนแวลลีย์เสียอีก
และบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เหล่านี้ ต่างก็พากันทอดทิ้ง ไม่ยอมรับงานด้านความมั่นคง จากกระทรวงกลาโหมของประเทศด้วย
เรื่องนี้สร้างความไม่สบายใจให้กับคุณ Palmer เป็นอย่างมาก เพราะเขามองว่า ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ สักวันประเทศสหรัฐอเมริกา จะต้องสูญเสียความยิ่งใหญ่ลงไปเป็นแน่
เหตุการณ์นี้จึงเป็นการจุดไฟภายในใจของเขา ให้ลุกโชนขึ้นมา และทำให้เขาเลือกกลับมาสู่สมรภูมิธุรกิจอีกครั้ง
ด้วยการพยายามให้ Anduril Industries เป็นหนึ่งในเสาหลัก ความมั่นคงของสหรัฐอเมริกา และโลกฝั่งประชาธิปไตย..
พอเข้าใจที่มาที่ไปของบริษัทแล้ว เราลองมาดูกันว่า ตอนนี้ Anduril กำลังทำอะไรอยู่บ้าง
Anduril เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศ ที่พัฒนาทั้งด้านซอฟต์แวร์ ที่เป็นระบบปฏิบัติการ และฮาร์ดแวร์ ที่ใช้ในการรบได้ทุกด้านเลย
- ระบบทางอากาศ
เช่น Altius โดรนสำหรับจู่โจม, Roadrunner โดรนสำหรับสกัดขีปนาวุธ และ Fury เครื่องบิน AI ไร้คนขับ ที่มีระบบโจมตีอัตโนมัติ
- ระบบใต้น้ำ
เช่น Copperhead อาวุธโจมตีใต้น้ำ และ Ghost Shark แพลตฟอร์มสำหรับยิง Copperhead
- ระบบเฝ้าระวังภาคพื้นดิน
เช่น Sentry Tower หอคอยตรวจจับ สำหรับพื้นที่ชายแดน และจุดยุทธศาสตร์
- และระบบปฏิบัติการ Lattice OS
แพลตฟอร์ม AI ของบริษัท ที่เปรียบเสมือนสมองส่วนกลาง ที่เชื่อมโยงทุกอุปกรณ์ของบริษัทเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถประเมินผล และตัดสินใจในการรบได้แบบอัตโนมัติ
โดย Anduril จะมีสไตล์การทำธุรกิจแบบสตาร์ตอัป ซึ่งจะแตกต่างจากคู่แข่งเจ้าอื่น อย่างชัดเจนเลย
เพราะบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มานาน จะเน้นการทำกำไร จากสิ่งที่เรียกว่า “Cost Plus Margin”
คือให้ทางภาครัฐเสนอมาก่อนว่า อยากจะได้อะไร บริษัทก็จะทำให้ โดยจะมีการคิดอัตรากำไรที่แน่นอน ผ่านการบวกเพิ่มจากต้นทุน
เช่น บริษัทอยากได้กำไร 10% โดยมีต้นทุน 100 บาท ภาครัฐก็จะต้องจ่ายเงินให้กับบริษัท 110 บาท
โมเดลธุรกิจแบบนี้ คุณ Palmer มองว่า ไม่เป็นธรรมกับประชาชน ที่ต้องเสียภาษีให้ภาครัฐ เพื่อเอาเงินไปใช้จ่ายเลย
บริษัทประเภทนี้ นอกจากจะมีความเสี่ยงต่ำ เพราะได้กำไรที่แน่นอนแล้ว หากค่าใช้จ่ายมากเกินกว่างบประมาณที่ภาครัฐตั้งไว้ ภาครัฐก็จะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้อยู่ดี
แถมโมเดลธุรกิจแบบนี้เอง กลับสนับสนุนให้บริษัทเหล่านี้ กลายเป็นเสือนอนกิน เพราะบริษัทจะไม่พยายามลดต้นทุนให้ต่ำลง และยังไม่ต้องพยายามพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อีกด้วย
ในทางกลับกัน Anduril จะเน้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว ด้วยเงินลงทุนของบริษัทเอง โดยจะไม่เริ่มจากการของบลงทุนจากภาครัฐเลย
พอสร้างมาได้แต่ละอย่างแล้ว ก็จะนำไปเสนอขายให้กับภาครัฐ และพอมีรายได้กลับเข้ามา Anduril ก็จะนำรายได้ทั้งหมด กลับไปลงทุนพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ต่อไป
อ่านมาถึงตรงนี้ ก็เชื่อว่า เราคงพอเข้าใจ เรื่องราวความเป็นมาของคุณ Palmer Luckey กันดีขึ้นแล้ว
นี่เป็นเรื่องราวของอัจฉริยะอายุน้อย ที่เริ่มต้นจากการเป็นเด็กโฮมสกูล ผ่านการเรียนรู้ด้วยตัวเอง มาทั้งชีวิต
การเรียนรู้แบบนี้ ได้หล่อหลอมให้เขา กลายมาเป็นอีกหนึ่งนักประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค ตั้งแต่อายุแค่ 18 ปี
และแม้ชีวิตจะต้องเจอกับความพลิกผัน จนโดนไล่ออกจากบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งขึ้นมากับมือ เขาก็ไม่ยอมแพ้ ถึงจะเจ็บ แต่ก็กัดฟันสู้ต่อ
จนในวันนี้ บริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นใหม่อย่าง Anduril Industries ก็เติบใหญ่ ผ่านการระดมทุนจากกองทุน VC ชื่อก้องโลก มาหลายรอบ
ตอนนี้บริษัทถูกประเมินมูลค่าไว้สูงถึง 1,000,000 ล้านบาทแล้ว
เรื่องนี้ก็ทำให้นึกถึงคำถามประเภท “What if..?” อยู่เหมือนกันว่า
“ถ้าวันนั้นคุณ Palmer ไม่ถูกไล่ออก ตอนนี้ Anduril จะยังมีอยู่บนโลกนี้หรือไม่ ?”
เรื่องนี้ไม่มีใครที่จะรู้คำตอบได้ แต่สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเรื่องราวของคุณ Palmer Luckey แน่ ๆ ก็คือ การยอมรับความจริงให้ได้ และก้าวเดินต่อไป
และบางที อีกบทเรียนของเรื่องนี้ ก็อาจจะเป็น เมื่อประตูบานหนึ่งได้ปิดลง ก็กำลังมีประตูอีกบานเปิดออก รอให้เราก้าวเดินเข้าไปอยู่ ก็เป็นได้..
#ธุรกิจ
#ประวัติธุรกิจ
#Anduril
References
-Anduril - The Startup Reshaping Geopolitics
-The AI Arsenal That Could Stop World War III | Palmer Luckey | TED
-Can Palmer Luckey Reinvent the U.S. Defense Industry? | WSJ
-Palmer Luckey Wants to Be Silicon Valley's War King | The Circuit
-The Billionaire Building America's AI Military EP#158
-How to Buy Anduril
-Pre-IPO Briefing: Anduril Investment Discussion
-Trae Stephens on Anduril Valuation, Defense Industry
-Anduril Co-Founder Stephens on Innovating in Defense
-Mega Funding Round Makes Anduril Cofounder A Billionaire
-Facebook Made This 29-Year-Old Rich; War Made Him A Billionaire | Forbes
-The real reason why $30.5B Anduril's founder Palmer Luckey makes anime-style videos | Off Topic
-America’s Future with Palmer Luckey
-SACRA: Equity Research on Anduril
-How The Founder of Oculus Plans To Save America w/ Palmer Luckey | EP#37
-Aliens, AI Weapons, China & Global Conflict: Palmer Luckey Sounds the Alarm | EP #169